ภูกระดึง "ฉบับวัยรุ่น(๒)"

posted on 01 Dec 2011 14:04 by tourparkzaa  in Travel  directory Travel
 
 
ภูกระดึง  
 
          By  TourTeen
 
 
อะแฮ่มๆ กลับมาแล้วคร้าบ กับ ภูกระดึง ฉบับวัยรุ่น(๒) ๆๆๆๆ

           บังเอิญว่า ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสจัดทริปไป ภูกระดึง กับเพื่อนๆและน้องๆ(ม.2)  หลังจากเอา Blog ภูกระดึง(๑)ให้อ่าน มีคนไปด้วย 8 คน และ ผลตอบรับทำให้รู้ว่า ภูกระดึง(๑) นั้น ยังไม่ละเอียดพอ เพราะ ยังขาดข้อมูลอีกเยอะ เลยตัดสินใจ เขียน ภูกระดึง(๒) ขึ้นมาแบบละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยล่ะ            
            โดยครั้งนี้ได้มี มือกล้อง ขั้นเทพ เดินทางไปด้วย รับรอง รูปภาพสวย และ ข้อมูลละเอียดกว่าเดิมแน่นอนคร้าฟฟฟฟ           
             ก่อนจะเข้าเรื่องภูกระดึง เพื่อนๆที่เคยเข้ามาจะสังเกตุเห็นอะไรแปลกๆตานิดหนึ่ง ฮ่าๆ นั้นก็คือ โฆษณา จาก google นั้นเอง เพื่อนๆที่หลงเข้ามาแล้ว ว่างๆ กดคลิ๊กที่โฆษณา สักครั้งเป็นกำลังใจ และเงินทุนให้ผมเขียน Blog ตัวต่อไปด้วยนะคร้าบ

            สำหรับคนที่หลงเข้ามาครั้งแรกผมเต็มใจที่จะบอกว่า Blog ผมเขียน Preview การท่องเที่ยวแบบละเอียด(มากๆ) และการท่องเที่ยวส่วนมากที่ผมเขียน จะคำนึงถึง "ค่าใช้จ่าย" และ "ความปลอยภัย" มากที่สุดคร้าบ(ยึดค่าใช้จ่ายเป็นหลัก) สำหรับเพื่อนๆ วัย Teen อ่าน Blog นี้แล้วแบกเป้ไปภูกระดึงได้เลยครับ เพราะผมจะบอกรายละเอียดตั้งแต่ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พัก รถประจำทาง และทุกอย่างที่จำเป็น จะได้เดินทางอย่างปลอดภัย และประหยัดครับ!การเตรียมตัว!!

           ก็จะคล้ายๆ Blog ภูกระดึง(๑) นะครับ สำหรับชาว TourTeen อย่างเรา จะหนีแม่เที่ยวแล้ว ไม่เตรียมตัวมันจะอันตราย สำหรับ rate(อายุ) Blog ที่แล้วผม บอกว่า 16+ ครั้งนี้ พิสูจน์แล้ว(ขึ้นไปกับน้องๆม.2) อายุ14+ ก็ไปได้นะครับ แต่อาจจะหาพี่ๆที่โตแล้วไปด้วยคนหนึ่ง (แต่ถ้ามั่นใจ ก็ยกแก๊ง ม.2ไปเลยก็ได้คร้าบ) การเตรียมตัว หลักๆที่สำคัญสำหรับการท่องเที่ยว ก็คือ...."เงิน" นะครับน้องๆ การประมาณงบจะทำให้เรากะค่าใช้จ่ายได้ถูก จะได้ไม่เกิดอาการตังหมด หรือ ตังเหลือ(ประหยัดเกิน) เกิดขึ้น และยิ่งถ้าหนีเที่ยวแล้ว เงินทุนจากพ่อแม่ จะไม่มีถึงมือแน่นอน เราต้องเตรียมตัวไว้เยอะๆ           
           งบประมาณในการเที่ยวภูกระดึง จะประมาณ 1500-2000บาทครับ สำหรับน้องๆ ม.ต้น อาจจะเก็บเงิน วันล่ะ 10บาท เก็บตั้งแต่เปิดเทอม ก็ได้ไปเที่ยวแล้วคร้าบ ม.ปลายอาจจะเก็บเยอะหน่อย วันล่ะ 20 3-4เดือนก็มีเงินไปเที่ยวได้แล้วนะ!
 
          ตัวอย่างการประมาณงบ แบบคร่าวๆ
1.ค่ารถทัวร์ไป อ.ภูกระดึง(ยกตัวอย่างขอนแก่น) ไปกลับ 85x2=170 บาท
2.ค่ารถ 2 แถวเข้าอุทยาน ไปกลับ 30x2=60 บาท
3.ค่าที่พัก (เต็นท์) คืนล่ะ 225x2=450 บาท นอนได้3คน  ตกคนล่ะ 150 บาท
4.ค่าเช่าผ้าห่มใหญ่ 50x3(ผืน)x2(คืน) = 300  หมอน 10x3x2= 60 รวม 360 ต่อเต็นท์(คนล่ะ 120)
5.ค่าลูกหาบ หาบของขึ้นภูกระดึง กิโลกรัมล่ะ 15บาท 8x15=120 ไปกลับ 240 บาท
6.ค่าอาหาร มื้อล่ะ 50-100 บาท 8มื้อ = 600 บาท
7.ค่าเข้าอุทยาน ผู้ใหญ่ 40 เด็ก 20
 
  รวม 170+60+150+120+240+600+40=1380
สำหรับใครที่ไม่ได้พักอยู่ ขอนแก่น ก็ต้อง รวมค่ารถทัวร์มาขอนแก่นด้วย 
 
เช่นกรุงเทพ-ขอนแก่น 384x2=768 บาท ก็จะประมาณ 2148 บาท เป็นต้น
 
 
การเลือกวันเที่ยว (Plan)         
 
         สำหรับการเลือกวันเที่ยว ถ้าคิดจะไปเที่ยวช่วงเทศกาล (หยุด3วัน) เช่น หยุดวันพ่อ หยุดวันรัฐธรรมนูญ ต้องจองที่พัก เต็นท์ ผ่านทางเว็บ http://web3.dnp.go.th/parkreserve/reservation.asp ก่อนนะครับ ถ้าอยากได้บ้านพัก ควรจองล่วงหน้าตั้งแต่วันเปิดจอง(60วัน) ถ้าอยากได้เต็นท์ก็ควรรีบจองตั้งแต่ก่อนล่วงหน้าสัก 30วัน นะครับไม่งั้นเต็มแน่นอนเลยครับ           
          แต่สำหรับผมแล้ว แนะนำให้ไปช่วงที่ไม่ใช่วันหยุดยาวดีกว่าครับ อาจจะไป ก่อนเทศกาล สัก1สัปดาห์(ธรรมชาติกำลังสวย) ลาหยุดวันศุกร์ไป หรือ ขาดเรียนไปสัก 1 วัน เช่นปีนี้ พวกผมเลือกไป วันที่ 23-24-25 พฤศจิกายน (โดดวันศุกร์ 1วัน) บนภูถ้าเป็นช่วงเทศกาล คนไปเที่ยวจะประมาณ 10000 คน แต่ถ้าช่วงวันธรรมดา อาจจะเหลือแค่  1000 คนเท่านั้นนะครับ และห้องน้ำบนภูกระดึง ก็มีจำกัดซ่ะด้วย >_<
 
 
บนภูกระดึง ธรรมชาติ จะแตกต่างไปแล้วแต่เดือนนะครับผมจะแนะนำ Hilight(จากประสบการณ์ไม่มีข้อมูลอ้างอิงคร้าบ) ในแต่ล่ะเดือนมาให้ชมกันนะครับ(ก๊อบมาจาก ภูกระดึง(๑) ส่วนใหญ่ครับ)
 
ช่วงปลายเดือน ตุลาคม - ต้นเดือนธันวาคม     
      ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ใบเมเปิล เปลี่ยนสีเป็นสีแดง และร่วงโรย มายังพื้นหินเบื้องล่างสีแดงสด ตัดกับสีเขียวของ มอส,เฟิร์น ตะไคร้น้ำ สวยงามติดตา..(Wow) และบางที ถ้าไปช่วงที่ ปลายฝนต้นหนาว มีโอกาศได้เห็นทะเล หมอกตอนเช้าๆๆ หรือถ้าโชคร้าย อาจจะเจอหมอก ปกคลุมตลอดทั้งวัน อดดูดาว ชมวิวหน้าผา ทัศนะวิสัย เหลือ 20 เมตร(เจอกับตัวมาแล้ว) แต่ก็สวยไปอีกแบบนะ ช่วง
 
ปลายเดือน ธันวาคม - ปลายเดือน มกราคม      
        ช่วงนี้จะเป็นช่วงอากาศหนาวมาก ถึง หนาวจัด ขึ้นยอดภู อุณหภูมิ ไม่สูงกว่า 20 องศาแน่นอน (ใครโชคดีอาจเจอแม่คะนิ้งก็ได้นะ) แต่ช่วงนี้ ใบเมเปล จะหายไปแล้ว อาจจะเกิดจากนักท่องเที่ยวที่มาก่อนหน้า หยิบ เหยียบย่ำ และ ใบไม้แห้ง ปลิ้วไปตามลม ช่วงนี้แทบจะไม่ได้เห็น ใบเมเปิลสีแดงแน่นอนครับ 
 
ช่วง ต้นเดือนกุมพาพันธ์ - ต้นมีนาคม(ถ้ายังหนาวอยู่) 
        ช่วงนี้ อากาศจะอุ่นขึ้นหน่อย เที่ยงๆ อาจจะเจอ อากาศประมาณ 25-30 องศา แต่ตอนเช้า ต่ำกว่า 20 แน่นอนคร้าบ ช่วงนี้ไฮไล อยู่ที่ ดอกกล้วยไม้ ดอกไม้ป่า ในเขตป่าดงดิบ(เขตน้ำตก) จะบาน เยอะมาก เราจะเห็น ดอกไม้สวยๆ เช่น กุหลาบพันปี บานเต็มต้นเลยคร้าบ และแน่นอน คนจะน้อยกว่าช่วง ที่ผ่านมา เหมาะสำหรับ น้องๆ ม.ปลาย โดยเฉพาะ ม.6 ขึ้นภู ไปอำลา อาลัยกันได้นะครับ บรรยากาศ รับรองว่า ซึ้งสุดๆแน่นอน อีกช่วง คือ
 
ช่วง เดือนมีนาคม จนถึง ปลายเดือน พฤษภาคม
      ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เปิดป่าปิด(ป่าดงดิบ) เพราะว่า ช่วงหน้าหนาว เป็นที่อาศัยของสัตว์ป่า และนักท่องเที่ยวมีจำนวนมาก จึงไม่เปิดให้เข้าชม ใครที่ต้องการเข้าป่าปิด ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่บนยอดภูก่อนล่วงหน้า เพื่อเจ้าหน้าที่จะจัด บุคลากร คอยนำทาง และดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ใครที่เป็นสายบู้ หรือชอบลุย แนะนำเลยครับ รับรองได้ประสบการณ์ดีๆกลับมาแน่นอน สำหรับ อากาศ ช่วงนี้จะไม่ร้อนมากนะครับ เพราะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1288 เมตรเลยทีเดียว อุนหภูมิ ประมาณ ร้อนสุดๆ ไม่น่าจะเกิน 35 องศาแน่นอนครับ  
 
 
การเตรียมสัมภาระ          
 
            ปกติก็จะไปของใช้ธรรมดาทั่วไป แนะนำเลยล่ะกัน กางเกงยีนส์ 1 ขาสั้น 1 กางใส่นอน 1 เสื้อกันหนาว 1 เสื้อใส่นอน 1 เสื้อใส่เที่ยว 3 (แนะนำเพราะว่า เราต้องฝากสัมภาระขึ้นไปกับลูกหาบ ถ้าเยอะเกินไป มันก็จะหมดค่าใช้จ่ายเยอะ) แล้วก็ที่ขาดไม่ได้ "ไฟฉาย" ของจำเป็นอื่นๆก็ ยาพารา ยาคลายเส้น ยาแก้ไอ (อากาศเย็นบางคนอาจจะไม่สบายได้) 
 
การเดินทาง          
 
              สำหรับคนที่อยู่กรุงเทพ  ใกล้ๆกรุงเทพ หรือใต้กรุงเทพ(ภาคใต้) ก็ให้ขึ้นรถจากหมอชิต จะมีสาย กรุงเทพ-เมืองเลย สายนี้จะจอดรถที่ ผานกเค้า เราก็นั่งสองแถวก็เข้าอุทยานได้ครับ          สำหรับคนที่อยู่ภาคอีสาน หรือภาคเหนือ ก็ขึ้นรถทัวร์คนไหนก็ได้ ที่ผ่าน อ.ภูกระดึง เช่น ขอนแก่น-เมืองเลย ครับรถจะจอดทั้งที่ผานกเค้า และ บขส. ภูกระดึง ก็นั่ง สองแถวต่อเข้าอุทยานได้เช่นกันครับ 
 
*มีคนถามว่ามีรถ ทัวร์เข้าไปถึงในอุทยานไหม ตอบว่าไม่มีนะครับ ถ้าเป็นรถประจำทาง ถึงที่ บขส. ภูกระดึง
 
 
วันที่ 1 มุ่งหน้าสู่ ภูกระดึง                  
 
              เตรียมของกันเสร็จแล้ว ก็ออกลุยกันเลย!  การเดินทางมาถึงภูกระดึง ควรถึงช่วงเวลา 5.00-10.00 น. นะครับ เผื่อเวลาเดินขึ้นสักหน่อย แต่ถ้าใครคิดว่าแข็งแรง เดินขึ้นแปบเดียวก็มาให้ถึงก่อน เวลา 14.00น.นะครับ เพราะอุทยาน จะปิดไม่ให้ขึ้นหลัง 14.00น. เมื่อมาถึง อุทยานแล้ว ก็ติดต่อ ลงชื่อขึ้นอุทยาน แจ้งจำนวนคน แล้วก็ซื้อบัตรเข้าอุทยาน เปลี่ยนเครื่องแต่งกายในชุดพร้อมลุย! แยกของมีค่า ของที่ไม่จำเป็นในการเดิน เก็บไว้ในกระเป๋า หลังจากนั้น ก็นำ สัมภาระ ไปฝากลูกหาบ ที่ อาคารฝากสัมภาระ เสร็จธุระจากอาคารสัมภาระแล้ว เราก็เดินไปทางข้าว ซ่ะก่อน 
 

 
  แวะทานข้าวกันก่อนคร้าบ                  
 
ทานข้าวเสร็จแล้ว เตรียมตัวออกเดินทาง เตรียมน้ำดื่ม(เท่าที่ขนได้) ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกันสักหน่อย แวะไปไหว้ศาลเจ้าปู่ภูกระดึงก่อนก็ดีนะครับ แล้วก็เดินขึ้นภูกันเลยยยย 
 

             สำหรับทางขึ้นภูกระดึง 5กิโลเมตรแรก จะเป็นทางชัน ขึ้นเขาครับ จะชันมากใน ซำแรก(การขึ้นภูกระดึง จะเป็นเป็นช่วงๆ เรียกแต่ล่ะช่วงว่า ซำ) และซำสุดท้ายครับ และ 3 กิโลเมตรก็จะเป็นทางเรียบๆ เดินชิลๆคร้าบ 
 
            ทางเดินขึ้นซำแรกจะเป็นซำที่ ชันมาก แต่หลายคนอาจคิดว่าใกล้ เพราะว่าเรามีแรงเยอะอยู่

-
สภาพการเดินทางก็จะเป็นแบบนี้
-

พี่ๆลูกหาบ สู้ๆ
 

                เมื่อเดินมาถึง ซำแรกแล้วก็นั่งพักกันยาวๆไปก่อนนะ เพราะต้องใช้แรงอีักเยอะ พักสัก 5-10 นาที ค่อยเดินต่อนะครับ ใครอยากไปซื้ออะไรกิน-ดื่ม ราคาก็จะเพิ่มกว่า ข้างล่าง 5 บาทครับ ตามความสูง ^_^
 
-
ซำแฮก
 
                หลังจาก ซำแฮกแล้ว เราก็ได้เดินทางราบประมาณ 200 เมตร(มาทำให้เราตายใจ) แล้วก็เดินขึ้นทางชันไปเรื่อยๆๆๆๆ 
 


         ขึ้นไปสักพักก็จะเจอป่าำำไผ่...

       ถัีดจากป่าไผ่ก็เป็นป่าดิบ...
 
 
 
 
ซำแคร่

                 เที่ยงไหน ทานนั้นนะคร้าบ ทางข้างหน้ายังอีกไกล... ผมเลือกทานที่ ซำแคร่ ซำสุดท้ายก่อนขึ้นยอดภูกระดึง(ควรพักที่นี้สักหน่อย เพราะ ทางข้างหน้าชันมาก)
 
ทางขึ้่นภูกระดึงก็จะชันแบบนี้แหละ
 

             และแล้วก็ถึงสักที ยอดภูกระดึง และต้องเดินอีก 3 กิโลเมตร ใครที่คิดว่าชอบปั่นจักรยาน สามารถเช่าจักรยาน เพื่อปั่นไปได้นะครับ(ทางจักรยาน กับทางเดินคนล่ะทางกันนะ)
 
 
มีจักรยานให้เช่าคร้าบ
 
 
อาคารจ่ายเต็นท์
 
 
              ถึงที่พักแล้วก็ไปติดต่อเต็นท์ เช่าผ้าห่ม กางเต็นท์เสร็จแล้ว รีบไปอาบน้ำ อย่ารอมืด! หลังจากดวงอาทิตย์ตกแล้ว ไม่เกิน 30นาที หนาวแน่! อาบน้ำเสร็จก็ไปทานข้าวดูดาว 2-3ทุ่มก็นอนได้เลยนะครับ เก็บแรง วันพรุ่งนี้ต้องเดินอีกเยอะ....

วันที่ 2  ชื่นชมน้ำตก ชมวิหกใบเมเปิล อาทิตย์อัสดงที่ผาหล่มสัก
(ชื่อต่อท้ายวันที่ 2 ให้แม่คิดให้เลยนะเนี่ย)

               ตื่นเช้าๆ สัก 6.00 อาบน้ำ เตรียมของไว้เดินทาง น้ำดื่มประมาณ คนล่ะ ลิตร ของบำรุง เก็บใส่เบ้เล็กๆ แบกไปด้วยครับ เพราะเราต้องพจญภัยทั้งวัน ผมแนะนำว่า ถ้าใครจะเดินตามเส้นทางที่ผมจะบอกให้ซื้อเข้ากล่องพกติดตัวไปด้วยนะครับ เพราะตอนเที่ยงเรายังอยู่กลางป่าอยู่เลย
               เมื่อเตรียมของเสร็จแล้วก็ลุยกันเลย เราจะเดินไปน้ำตกวังกวาง ทางไปก็คือ เดินไปแถวๆ ร้านอาหารจะมีบ้านบอกครับ(ถามคนขายของก็ได้) เดินไปสักประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะเจอน้ำตกแบบนี้..
 
น้ำตกวังกวาง

                จากนั้นก็เดิมไปตามทางจะผ่านป่าสน แห้งๆ ไปเรื่อยๆประมาณ 1 กิโลเมตร เราก็จะเจอ น้ำตกเ็็พ็ญพบใหม่ จะมีต้นเมเปิลรอต้อนรับอยู่ มองเห็นแต่ไกล

     
 
-
น้ำตกเพ็ญพบใหม่ 
 

                เราจะสังเกตุได้ว่า มันเข้าเขตป่าดงดิบซ่ะแล้ว เราก็เดินลุยๆไปตามทาง อีกประมาณ 600เมตร ก็จะเจอน้ำตก โผนพบ และไปต่ออีกนิด 300 เมตร เราก็จะเจอ น้ำตกเพ็ญพบ บรรยากาศข้างทางจะเป็นทางเดินเลียบลำธาร สวยงามมากคร้าบ
 
-
ระหว่างทาง ไปน้ำตก โผนพบ
-
-
น้ำตกโผนพบ
-
-
แอบหวานนิดหนึ่ง 
-
-
บรรยากาศข้างทาง
 

               เมื่อถึงน้ำตก เพ็ญพบแล้ว เราก็จะมุ่งหน้าไปน้ำตกถ้ำใหญ่ (ในภูกระดึง ๑ ผมพูดไว้คร่าวๆว่าใบเมเปิ้ลเยอะๆ) ทางไปอาจจะลุยๆหน่้อย ก็สู้ๆนะครับ แนะนำว่า ถึงน้ำตกถ้ำใหญ่ให้ได้ก่อนเที่ยงนะครับ ถ้าถึงเที่ยงพอดี เราก็ทานข้าวที่นี่้เลย ถ้า่ถึงก่อนเที่ยงก็ทนอีกหน่อยไปนั่งทานที่สระอโนดาดคร้าบ
 
 
น้ำตกถ้ำใหญ่
 

             จุดหมายต่อไปก็คือ สระอโนนาด เมื่อเดินขึ้นมาจากน้ำตกถ้ำใหญ่เรียบร้อยแล้ว เราก็จะเดินไปสระอโนนาดกัน เราจะพบว่า เรากลับมาป่าสนแห้งๆอีกแล้ว...เดินต่ออีัก 2 กิโลเมตร ก็จะเจอสระอโนดาดครับ เราก็หาจุดร่มๆ ทานข้าวกันที่นี้ เล่นไปถ่ายรูป สระ ชมเงาสน กระทบสระอโนดาด สวยงามมากๆเลยนะ
 
 
-
-
ระหว่างทางไปสระอโนดาด
-
-
สระอโนดาด
 

              ทานข้าวกันอิ่มแล้วเราก็จะเดินไป ผาเหยียบเมฆกัน(ใครอยากชมน้ำตกต่อไปอีกทางได้นะครับ ระยะทางเท่าๆกัน) ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึงผาเหยียบเมฆ บริเวณผาเหยียบเมฆจะมีร้านค้าบริการ อาหาร เครื่องดื่มแล้วนะัครับ เติมพลังกันได้เลย เดินมาครึ่้งวันเราก็จะได้เจอหน้าผาแล้ววววว

 
-
แอบหวานเล็กน้อย ที่ผาเหยียบเมฆ
 

               จากผาเหยียบเมฆ ก็จะเดินไปผาแดง..(มีร้านอาหาร) จากผาแดงก็จะเป็น ผาหล่มสัก ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร สู้ๆครับ สุดท้ายแล้ววววว 

 
-
-
ระหว่างทาง...
 

                พอมาถึงผาหล่มสักก็จะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ รอต้อนรับเงินจากเราอยู่แล้ว รออะไรอยู่ล่ะ?? นั่งพักกันสักหน่อย มาถึงเร็วก็ได้พักเร็ว มาถึงช้าก็พักน้อยนะคร้าบ ควรถึงที่นี่ประมาณ 16.00 จะได้มีเวลานั่งพัก 17.00 ก็ไปจองที่ รอดูพระอาทิตย์ตกได้เลย ^_^
 
 
-
บรรยากาศรอชมพระอาทิตย์ตก
-
-
พระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก
 
-
แอบหวานอีกแล้วว
 
 

                  พอพระอาทิตย์ตกแล้ว อากาศจะเย็นเร็วมาก ให้ใส่เสื้อกันหนาว หมวก-ผ้าพันคอให้เรียบร้อยนะครับ เดียวจะไม่สบายเอา เมื่อพร้อมแล้วก็ออกเดินทาง รวดเดียว 9 กิโลเมตรในความมืด พกไฟฉายไปด้วยนะครับ เอาที่สว่างๆนะ เทคนิคการเดินทางกลางคืนเราจะไม่รู้ว่าเราเดินไปเท่าไรแล้วให้ดูนาฬิกาเอานะครับ ผมแนะนำ 1 กิโลเมตรให้เดินได้ 15นาที  9กิโลเมตร เราจะได้ใช้เวลา ประมาณ 2-3 ชั่วโมง เราก็จะกลับถึงที่พัก ก่อน3 ทุ่ม เก็บของที่เต็นท์ แล้วก็ไปทานข้าวกัน ร้านอาหาร จะเริ่มปิดบริการประมาณ 4ทุ่ม รีบๆไปนะครัีบ (ใครอยากอาบน้ำเชิญได้นะคร้าบ อยากบอกว่า หนาวมากกก บรึยยย~)

วันที่ 3 ชมอาทิตย์ก่อนลา แล้วจะมาอีกนะ..ภูกระดึง

             วันสุดท้ายแล้วอาการเมื่อยล้าถามหาแน่ๆอดทนหน่อยนะคร้าบ ตื่นนนนน ตี5 ไปดูดวงอาทิตย์ขึ้นกัน ดวงอาทิตย์หน้าหนาวขึ้นประมาณ 6.00 น. ที่ต้องตื่นตี5 เพราะต้องเผื่อเวลาเดินไปด้วยนะครับ ประมาณ 2 กิโลเมตร
 
 
-
พระอาทิตย์ขึ้นที่ ผานกแิอ่น
 
 
 
               กลับจากดูพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เราก็มาเก็บเต็นท์ เก็บของ ไปฝากลูกหาบลง รีบไปฝากนะ เขาจะได้รีบขนลง ประมาณ 8.00น. ฝากเสร็จแล้ว เราก็จะไปทานข้าว เริ่มเดินลงประมาณ 9.00 น.
 
 
-
ก่อนเดินลง ขอสักภาพก่อนนะคร้าบ

สรุปยอดการเดินทาง ขึ้น 9 เดินเที่ยว 24 เดินลง 9 ทั้งหมด 42 กิโลเมตร สู้ๆครับ 
 
               ลงไปให้ถึงก่อนบ่าย 3 นะครับ เราจะได้ขึ้นรถประจำทางกลับ ถ้าใครกลับกรุงเทพ ก็ให้ไปขึ้นรถที่ผานกเค้า(บอก2แถวเลย) ใครขึ้นกลับ ขอนแก่น ก็ให้ขึ้นรถที่ บขส. รถที่ บขส.ขอนแก่นส่วนใหญ่จะหมด 5โมงเย็นครับ ใครรู้ว่ารถจะหมดกะเวลาด้วยนะครับ รถจาก ภูกระดึงกลับ ขอนแก่นประมาณ 2ชั่วโมงครึ่ง
 
 
จบแล้วสำหรับ Preview ครั้งนี้ ฝาก Blog อื่นด้วยนะครับ
สำหรับใครที่สงสัย เกี่ยวกับ Blog มีคำถามเชิญได้นะครับที่ fan page
http://www.facebook.com/pages/TourTeen/247704171952778
ใครต้องการชมภาพสวยๆจากภูกระดึงเพิ่มเติมก็เชิญที่ facebook พี่สาวเราได้่นะ ^_^
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.293969047300096.73031.100000610100739&type=1

เที่ยวเกาะเสม็ด "ฉบับวัยรุ่น"

posted on 26 Oct 2011 18:25 by tourparkzaa  in Travel  directory Travel
 
 
 
 
TourTeen
 

                     By ParkZaa
 
 

      สวัสดีคร้าบเพื่อนๆ วัยรุ่นๆ กลับมาอีกแล้วกับ TourTeen By ParkZaa นะคร้าบ
วันนี้จะพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตมากๆ นั้นก็คือ "เกาะเสม็ด" นั้นเองงง หลังจากที่
ห่างหายไปนาน (เกือบ2เดือน) บังเอิญ เมื่อวันที่ 21/10/2554 เป็นวันครบรอบ 3ปี
ของผมกับแฟน(คบกันตั้งแต่มัธยมคร้าฟฟ) เลยเลือกสถานที่ท่องเที่ยว ใช้งบน้อยๆ สักที่หนึ่ง
ก็ปิ้งเลย ที่นี่แหละ เสม็ด... จะไปยังไงไปชมกันคร้าบบบบ

       สำหรับ Trip เสม็ดครั้งนี้ ผมจะพูดถึง Trip ดำน้ำ เกาะทะลุ เกาะกุฏี ด้วยนะครับ
สำหรับผมมองว่า ถ้าไปเที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ แล้วไม่ได้ ไปทริปดำน้ำ รู้สึกว่ามันจะไม่คุ้ม
สำหรับคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นไม่ต้องกลัวนะ เราก็ว่ายไม่เป็น ลองๆ มุดๆ ดำๆ ดูเดียวก็เป็นคร้าบ


เกาะเสม็ด

        พูดถึงเกาะเสม็ดแล้ว หลายคนคงนึกถึง ทะเล หาดทรายสวยๆ แต่มันมีบางอย่างซ่อนอยู่!
สิ่งนั้นก็คือ ถนน ครับ สภาพถนน ระหว่างหาดบนเกาะเสม็ด แย่ ถึงแย่ที่สุดครับ ใครที่คิดจะ
เช่ามอไซฯขับ ขับไม่แข็ง อย่าลองเลยนะครับ ลองแล้วจะรู้ ^_^ บนเกาะ จะประกอบด้วยหาด
หลายหาดนะครับ แต่ละหาดก็จะมี รีสอร์ท ต่างหาดก็ต่างราคา จะมีถูกๆตั้งแต่ 400 บาท(พัดลม)
ไปจนถึง หรูๆ แบบ ราคาเฉียดหมื่นกันเลยทีเดียว สำหรับผมแล้ว ต้องอะไรที่ถูกที่สุดคร้าบTrip
นี้ผมได้ที่พัก ห้องพัดลม 500 บาท ใครที่ชอบหรูกว่านี้หาได้ตามสบายเลยนะครับ
         Trip นี้แนะนำ สำหรับ อายุ 17 ปีขึ้นไปน้า ม.5-6 เพราะเราต้องไปนอนเกาะ อยู่กับคน
มากหน้าหลายตา เสม็ดอาจจะดูไม่เป็นกันเองเท่าที่ควร ไม่เหมาะสำหรับน้องๆ ม.ต้นคร้าบ
 

การเตรียมตัว

                การเตรียมตัวก็เหมือนไปเที่ยว ทะเล ปกติคร้าบ ในครั้งนี้ผมแนะนำ Trip แบบ 2วัน 1คืน
นะครับโดยส่วนตัวคิดว่าพอแล้ว สำหรับ เวลาเท่านี้ เพราะบนเกาะเสม็ดเที่ยวแค่ครึ่งวันก็หมดเกาะแล้วครับ

          สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการไปเที่ยวเสม็ด ก็คือ... เงินคร้าบ เรามาสรุปบัญชีคร่าวๆดีกว่า

              1.ค่ารถจากกรุงเทพไปเสม็ด(มีหลายราคา)*  ไปกลับ 200x2=400 บาท             
              2.ค่าเรือข้ามไปเกาะ   ไปกลับ 100 บาท             
              3.ค่าเช่ารถมอไซฯ  200-300 บาท              
              4.ค่าอาหาร มื้อล่ะ 100 บาท 4มื้อ 400 บาท             
              5.ค่าทริป เกาะทะลุ เกาะ กุฏี 600 บาท             
              6.ค่าที่พัก 500 บาท ต่อคืน

รวมงบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 400+100+250+400+600+500= 2250
แต่ถ้าไป 2 คน(แน่ๆล่ะ) ที่พักหาร2  ก็จะเหลือประมาณ 2000 บาท เท่านั้นครับ

*ค่ารถจากกรุงเทพ-บ้านเพ มีหลายราคา ถ้าเป็นรถตู้อยู่ที่ประมาณ 200 บาท (เดินทาง 2.30 ชั่วโมง)  ถ้าเป็นรถทัวร์จะอยู่ที่ 140 บาทครับ (เดินทาง 3-4 ชั่วโมง)

การ Plan โปรแกรม จองที่พัก-จองทริป

           การ Plan โปรแกรม หรือการเลือกวันเที่ยว เลือกไม่ยากครับ เอาเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ ไหนก็ได้หรือจะเอาวันหยุดยาว 3 วันก็ได้ครับ จะได้มีเวลาพัก 1 วัน (ควรดูพยากรณ์อากาศก่อนถ้าฝนไม่ตก ลุยโลด)ส่วนเรื่องการจองที่พัก แนะนำ ให้หาข้อมูลใน อินเตอร์เน็ตไว้เฉยๆ ยังไม่ต้องโทรจองก็ได้(กรณีต้องการที่พักราคาถูก) ให้ Walk in ไปหาเลย จะมีวิธีหลักๆ 2 วิธี คือ 1 จองตั้งแต่อยู่บนท่าเรือเลย(จะมีเป็นโต๊ะๆไว้บริการ ราคาไม่ชาร์จครับ ถ้าดูท่าทางจะชาร์จเดินหนีได้ เราไปหาบนเกาะยังทัน) อีกหนึ่งวิธีคือ ไปหาที่เกาะ เดินลงท่าเรือไป เดินดูแถวๆนั้น เขาจะถามเราเองครับ กรณีบนเกาะจะได้ราคาเหมาะสมครับ เพราะเจ้าของเรามาหาเราเอง ลองดูได้ไม่เสียหายนะครับ (อย่าลืมถามเรื่อง ทริปดำน้ำกับเจ้าของที่พักนะ)


เกาะเสม็ด
 

*ใน trip เสม็ด ที่ผมจะเขียน มีให้เลือก 2 แบบนะครับ1.พักบนเกาะเสม็ดวันแรกก่อน แล้วค่อยไป trip วันที่22.ออกจากกรุงเทพ ให้ถึงเสม็ด แต่เช้า แล้วไป trip ก่อน วันที่2 ค่อยทัวร์บนเกาะ*ใน Blog จะ preview ให้ดูเป็นแบบที่ 1 นะครับ พอดีผมเลือกโปรแกรมแบบนี้



         วันที่ 1 ออกจากเมืองกรุง มุ่งสู่ระยองงง
 

           ตื่นเช้าๆหน่อยออกจากที่พัก มุ่งหน้าสู่ท่าเรือบ้านเพ จ.ระยอง กะเวลาให้ถึงประมาณ 10-11 น.ครับถ้าใครอยู่กรุงเทพก็ตื่นสักตี 5 อาบน้ำเก็บของ 6โมงเช้าไปรอรถเมย์ ให้ถึงอนุเสารีชัยฯ ประมาณ 7.00 น.เดินไปหารถตู้ทางไปเซ็นจูรี่ ถ้าวินไหนไม่มีรถ ก็เดินไปดูเรื่อยๆนะครับ ข้างเซ็นจูรี่ จะมีวินรถตู้ รถออก เร็วพอสมควร 7.30 รถออกจากกรุงเทพ ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง เราก็จะถึง ท่าเรือบ้านเพประมาณ 11 โมง ติดต่อที่พักได้ที่ท่าเรือก็ได้ครับ หลังจากนั้นรอเรือออก ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีครับ ถึงท่าเรือแล้วใครยังไม่ได้ที่พักก็มีโอกาสหาครั้งสุดท้ายอีกนะครับ สำหรับใครต้องการราคาถูกก็หาแถวๆท่าเรือเลย ราคาจริงครับ ใครที่ชอบลุยๆก็ เช่ามอไซฯได้นะครับ ราคาก็เท่าๆกับทุกที 200-300 บาท ต่อเก่งก็ได้ 200 ครับ
 
 
 
สภาพถนนบนเกาะเสม็ด

           พอถึงที่พักแล้ว เก็บของ อาบน้ำ แล้วออกไปหาข้าวทาน สักบ่ายๆถ้าใครไม่กลัวแดด ก็ออกลุยเลยครับ หาดบนเกาะเสม็ดมีหลายหาดให้เลือกเที่ยว พอดีผมออกจากที่พัก เย็นไปหน่อย แวะไปได้แค่ 2 หาดเอง ใครมีเวลาก็ลุยเลยนะครับ ไปตามป้ายที่เขียนไว้นั้นแหละ หรือถ้านั่ง 2แถว ก็ถาม2แถวได้เลย
 
 
 
 
พระอาทิตย์ตกที่อ่าวพร้าว

           เมื่อเที่ยวหาดบนเสม็ดกันจนสะใจแล้ว(อาจจะไม่ไปทุกหาดก็ได้นะครับ ชอบหาดไหนเล่นหาดนั้นแหละ) ประมาณ 18.00น. เราก็กลับที่พัก อาบน้ำอาบท่า ไปทานข้าวที่หาดทรายแก้วกัน นั่งกินอาหารริมทะเลชิวๆ ชมการควงไฟชื่อดังของเสม็ด(วันที่ผมไปมีฝนตกปรอยๆ อดดูเลย) ใครอยากอยู่ดึกๆก็ได้ หรือใครง่วง 2-3ทุ่มก็กลับที่พักนอน เตรียมตัวลุยวันพรุ่งนี้คร้าบ
 
 


วันที่ 2 ลุยเกาะทะลุ ทะเลอ่าวไทย
 

           วันที่ 2 เป็นเช้าที่ไม่ต้องเร่งรีบเท่าไร เพราะทริปดำน้ำส่วนมากจะออกเรือ 11.00 ตื่นเช้ามาทานอาหารเช้า มีเวลาว่างก็ไปเดินเล่นริมหาดสักหน่อย 10โมงก็กลับมา เช็ค Out แล้วรอไปที่จุดนัดพบ กับ Trip ที่เราติดต่อไว้ (ถ้าเขาไม่โทรมาให้โทรไปถามนะครับ ผมว่าที่เสม็ด เขาบริการไม่ค่อยดีเท่าไร ถ้าเทียบกับกระบี่) 11 นาฬิกา ได้ฤกษ์ ก็ขึ้นเรือออกลุย กันเลยครับ
 
 

           สำหรับ ทริปดำน้ำเกาะทะลุ เกาะแรกที่จะไปคือเกาะทะลุ เขาจะให้เราถ่ายรูปกับสัญลักษณ์ของเกาะก่อน แล้วเขาจะพาไปหาด อยากบอกว่าหาดและสีน้ำทะเลสวยมากกกก เขาจะให้อยู่ที่นี้ประมาณ 2 ชั่วโมง ใครที่ยัง ดำน้ำไม่เห็นก็ คว้าชูชีพพร้อมแว่นลองมุดๆ ดูแถวๆนั้นก็ดีนะครับ เล่นน้ำ ถ่ายรูป ไปเพลินๆ ประมาณ บ่ายโมง เขาก็จะเรียกเราทานข้าว ก็จะมีข่าวผัดแล้วก็ เนื้อไก่ย่างสไตร์บาบีคิว ผลไม้เมืองร้อน ตั้งโต๊ะต้อนรับเราอยู่ครับ หลังจากนั้นก็พักบนเกาะ ประมาณ บ่าย2 เขาก็จะเรียกขึ้นเรือครับ
 
 
 
 
 

           จากเกาะทะลุไปแล้ว เราก็จะมุ่งหน้าไปเกาะกุฏี ก่อนจะไปถึงเกาะกุฏี จะมีจุดดำน้ำชมประการัง ชมปลา กันก่อน เขาให้เวลาว่ายน้ำเล่นประมาณ ครึ่งชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมงครับ ใครว่ายไม่เป็นก็ลงไปลอยน้ำเล่นๆไปก่อนก็ได้นะครับ ดำน้ำไม่ยากเลยนะ ลองดูแล้วจะรู้ว่าทะเลให้อะไรมากกว่าที่เราคิด ^_^ หลังจากดำน้ำเสร็จแล้ว ก็ไปพักที่เกาะกุฏีกันครับ ทรายหาด จะยื่นลงในทะเล น่าสนใจมากครับ ส่วนมากพอมาถึงเกาะนี้แรงก็หมดกันแล้ว กิจกรรมก็จะเป็นการนอนเล่นบนหาดมากกว่า 
 
 
 

           เสร็จจากหาดกุฏี เขาก็จะพาเราไปดู ปลา-เต่า ที่เขาเลี้ยงไว้ในกระชังกลางทะเลครับ มีปลาฉลาม เต่าทะเล ปลาทะเล มากมายให้เราดู แต่ทางเดินอาจจะน่ากลัวสักนิดหนึ่ง สำหรับใครที่นั่งเรือของแชร์บ๊วย เขาจะพาเราไปนั่งเล่นที่หาดของเราก่อน(ผมคิดว่าของ บริษัทอื่นคงจะคล้ายๆกัน) เราก็เข้าห้องน้ำห้องท่า ล้างตัวได้ที่นี่เลย จากนั้นก็บอกกับ เรือว่าเราต้องการลงที่ท่าเรือ เขาก็จะจัดเรือไปส่งให้ที่ท่าเรือครับ
 
 
 
 
 

           ถึงท่าเรือแล้วเราก็ขึ้นเรือที่ซื้อตั๋วไป-กลับไว้ รอเรือออก พอมาถึงท่าเรือก็ติดต่อรถตู้กลับกรุงเทพได้เลย รถตู้หมดประมาณ 1 ทุ่มนะครับ สำหรับรถทัวร์รู้สึกจะหมด 2 ทุ่มครับ 



       จบแล้วสำหรับทริป 2 วัน 1 คืนเกาะเสม็ด สำหรับใครที่ต้องการทัวร์เกาะก่อนวันแรก ให้ออกเดินทางแต่เช้าๆหน่อย ให้ถึงบนเกาะประมาณ 11 โมง จะได้ทันทริปนะครับ แต่แนะนำ แบบแรกจะดีกว่าครับ ส่วนเรื่องบริการ สำหรับที่นี่แล้วไม่ค่อยดีไม่สู้กระบี่ หรือเกาะล้านครับ(อาจเป็นเพราะผมพักที่พักราคาถูกไปหน่อย แต่ที่กระบี่ผมก็พักราคานี้นะ บริการดีมากเลย ต่างกับเสม็ดเยอะ!)

มีอีกหลายทริปให้เลือกนะครับ กระบี่  พีพี เกาะล้าน ภูกระดึง เมืองกาญฯ
http://tourparkzaa.exteen.com/20110506/tourteen
ใครสงสัยอะไร ก็ถามที่เฟสบุ๊คเลยน้า
http://www.facebook.com/parkzaa.manchester
เชีร์บอลไทย

                     By
                    
                             TourTeen
.
.
 
             เนื่องจากช่วงนี้ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย วันนี้เลยพัก Blog แนวท่องเที่ยวซ่ะก่อน
เรื่องของเรื่องก็คือ ผมมีโอกาสได้เข้าชม ฟุตบอลทีมชาติ ไทย-ซาอุฯ ที่สนามราชมังคลา
เลยเอาภาพบรรยากาศมาให้ชมกันครับ
.
.
             แต่จากประสบการณ์ที่เคยเขียน Blog มา ผมจะสรุปค่าใช้จ่ายให้ชมทุก Blog เลย
Blog นี้ก็ไม่พลาดคร้าบ สำหรับผู้ที่ต้องการชมฟุตบอลทีมชาติ แต่อยู่ต่างจังหวัด ง่ายนิดเดียว
.
.

งบประมาณคร่าวๆ

.
.
ค่ารถจากต่างจังหวัด (ของผมที่ขอนแก่น)  365 บาท  ไป-กลับ 730 บาท
ค่ารถตู้จาก รังสิต ไปหน้าราม 30บาท
ค่ารถจากหน้าราม ไปหมอชิต (แนะนำขึ้นวินมอไซ ต่อรถเมย์) 40 บาท
ค่าข้าวเที่ยง-เย็น   100 บาท

.
รวมๆทั้งหมดก็ประมาณ 1000 บาทคร้าบ
.
.
.
การเดินทาง
.
.
.
ขึ้นรถ ประมาณ เที่ยงคืน(แล้วแต่จังหวัด) กะเวลาให้ถึงกรุงเทพ ตี5-7โมงเช้าถ้ามาจากทางอีสาน
ลงรถที่ ฟิวเจอร์รังสิต แล้วต่อรถตู้มาหน้าราม (รถตู้มีตลอด เริ่มวิ่ง ตี5) มาถึงหน้าราม
(รถไม่ติดวิ่ง1ชั่วโมง รถติดก็นานหน่อย) ลงรถที่ กกท.(บอกเขาเดียวเขาจอดให้)
พอลงรถเสร็จแล้วหิวข้าวก็ไปทานข้าวได้นะคร้าบแถวๆนั้นเยอะเยะ
(แนะนำข่าวมันไก่โก๊ะ กำลังจะไปเปิดที่หน้าราม ซอย 43/1 ฝั่งตรงข้ามกับ ม.รามนะ เปิด พฤศจิกา 54)
ใครเหนื่อยหาที่นั่งเล่น เข้าไปใน ม.ราม หรือเดินห้างหน้ารามก็มี ฆ่าเวลาสักหน่อย
บ่ายๆก็มาทานข้าว จะเริ่มเห็นบรรยากาศ คนใส่เสื้อทีมชาติไทย
เดินไปเดินมาแล้ว ทานข้าวเสร็จ ไปรอที่ กกท.เลยก็ได้คร้าบ ประตูเปิด 15.00น. เข้าไปจองที่กันก่อน 
.
.
.
การเดินทางกลับ
.
.
.
       ดูบอลจบ 2 ทุ่ม หน้ารามจะรถติดมา ให้ท่านเดินมาที่ ซอย 53 เดินเข้าไป 10เมตร
จะเป็นที่ตั้งของพี่วินมอไซให้บอกเขาว่า ไปลาดพร้าว.. พี่แกก็จะซิ่งทะลุ ซอย53
ไปออก ถ.ลาดพร้าวอย่างรวดเร็ว(2-3นาที) ค่าวิน 20บาท
มันจะมาโผล่ที่ ซอย ลาดพร้าว 112 ให้เดินสวนทางรถไปไม่ต้องข้ามถนน
จะเห็นป้ายรถเมย์ รอรถเมย์ ไม่นาน ขึ้นสาย 145 กับ 96 ลงหมอชิตโลด
 (ใครอยากนั่งแท๊กซี่ก็ตามสบายนะ เห็นเขาบอกว่า 70บาทเอง)
ถึงหมอชิตก็รอขึ้นรถได้เลย (ให้จองตั๋วไว้ประมาณ 4-5ทุ่มจะดีมากนะคร้าบ)
.
.
.
.
.
.
บรรยากาศการเชียร์!!!
.
.
หน้าสนาม เวลาประมาณ 16.30น.
 .
หน้าประตูทางเข้าโซน E (บัตร200)
.
ก่อนเริ่มเกมส์ เมฆหน้ากลัวมาก
 .
ยืนเคารพธงชาติ
 .
ฝั่งโซน N (บัตร100เชียร์มันมาก)
 .
ที่นั่งฝั่งโซน E เต็มทุกที่ครับ
 .
นักกีฬามาขอบคุณแฟนๆหลังจบเกมส์ครับ
 .
 .
ถึงแม้นัดนี้ไทยอาจจะเล่นไม่ดีเท่าที่ควรแต่อยากให้เชียร์ไทยต่อไปนะครับอย่า
พึ่งหมดศรัทธานัดหน้า ไทยไปเล่นบ้าน ซาอุ  วันที่ 11/11/2011 เชียร์ไทยกันเยอะๆ
ถ้าชนะเข้ารอบสูงมาก ถ้าเสมอก็ยังเสมอตัว ยังมีเกมส์ให้ลุ้นอีก2เกมส์

ยังไงก็ฝาก ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ไว้กับเพื่อนชาว Exteen ด้วยนะครับ
 
 
ติดต่อสอบถาม