ภูกระดึง "ฉบับวัยรุ่น(๒)"

posted on 01 Dec 2011 14:04 by tourparkzaa in Travel directory Travel
 
 
ภูกระดึง  
 
          By  TourTeen
 
 
อะแฮ่มๆ กลับมาแล้วคร้าบ กับ ภูกระดึง ฉบับวัยรุ่น(๒) ๆๆๆๆ

           บังเอิญว่า ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสจัดทริปไป ภูกระดึง กับเพื่อนๆและน้องๆ(ม.2)  หลังจากเอา Blog ภูกระดึง(๑)ให้อ่าน มีคนไปด้วย 8 คน และ ผลตอบรับทำให้รู้ว่า ภูกระดึง(๑) นั้น ยังไม่ละเอียดพอ เพราะ ยังขาดข้อมูลอีกเยอะ เลยตัดสินใจ เขียน ภูกระดึง(๒) ขึ้นมาแบบละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยล่ะ            
            โดยครั้งนี้ได้มี มือกล้อง ขั้นเทพ เดินทางไปด้วย รับรอง รูปภาพสวย และ ข้อมูลละเอียดกว่าเดิมแน่นอนคร้าฟฟฟฟ           
             ก่อนจะเข้าเรื่องภูกระดึง เพื่อนๆที่เคยเข้ามาจะสังเกตุเห็นอะไรแปลกๆตานิดหนึ่ง ฮ่าๆ นั้นก็คือ โฆษณา จาก google นั้นเอง เพื่อนๆที่หลงเข้ามาแล้ว ว่างๆ กดคลิ๊กที่โฆษณา สักครั้งเป็นกำลังใจ และเงินทุนให้ผมเขียน Blog ตัวต่อไปด้วยนะคร้าบ

            สำหรับคนที่หลงเข้ามาครั้งแรกผมเต็มใจที่จะบอกว่า Blog ผมเขียน Preview การท่องเที่ยวแบบละเอียด(มากๆ) และการท่องเที่ยวส่วนมากที่ผมเขียน จะคำนึงถึง "ค่าใช้จ่าย" และ "ความปลอยภัย" มากที่สุดคร้าบ(ยึดค่าใช้จ่ายเป็นหลัก) สำหรับเพื่อนๆ วัย Teen อ่าน Blog นี้แล้วแบกเป้ไปภูกระดึงได้เลยครับ เพราะผมจะบอกรายละเอียดตั้งแต่ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พัก รถประจำทาง และทุกอย่างที่จำเป็น จะได้เดินทางอย่างปลอดภัย และประหยัดครับ!การเตรียมตัว!!

           ก็จะคล้ายๆ Blog ภูกระดึง(๑) นะครับ สำหรับชาว TourTeen อย่างเรา จะหนีแม่เที่ยวแล้ว ไม่เตรียมตัวมันจะอันตราย สำหรับ rate(อายุ) Blog ที่แล้วผม บอกว่า 16+ ครั้งนี้ พิสูจน์แล้ว(ขึ้นไปกับน้องๆม.2) อายุ14+ ก็ไปได้นะครับ แต่อาจจะหาพี่ๆที่โตแล้วไปด้วยคนหนึ่ง (แต่ถ้ามั่นใจ ก็ยกแก๊ง ม.2ไปเลยก็ได้คร้าบ) การเตรียมตัว หลักๆที่สำคัญสำหรับการท่องเที่ยว ก็คือ...."เงิน" นะครับน้องๆ การประมาณงบจะทำให้เรากะค่าใช้จ่ายได้ถูก จะได้ไม่เกิดอาการตังหมด หรือ ตังเหลือ(ประหยัดเกิน) เกิดขึ้น และยิ่งถ้าหนีเที่ยวแล้ว เงินทุนจากพ่อแม่ จะไม่มีถึงมือแน่นอน เราต้องเตรียมตัวไว้เยอะๆ           
           งบประมาณในการเที่ยวภูกระดึง จะประมาณ 1500-2000บาทครับ สำหรับน้องๆ ม.ต้น อาจจะเก็บเงิน วันล่ะ 10บาท เก็บตั้งแต่เปิดเทอม ก็ได้ไปเที่ยวแล้วคร้าบ ม.ปลายอาจจะเก็บเยอะหน่อย วันล่ะ 20 3-4เดือนก็มีเงินไปเที่ยวได้แล้วนะ!
 
          ตัวอย่างการประมาณงบ แบบคร่าวๆ
1.ค่ารถทัวร์ไป อ.ภูกระดึง(ยกตัวอย่างขอนแก่น) ไปกลับ 85x2=170 บาท
2.ค่ารถ 2 แถวเข้าอุทยาน ไปกลับ 30x2=60 บาท
3.ค่าที่พัก (เต็นท์) คืนล่ะ 225x2=450 บาท นอนได้3คน  ตกคนล่ะ 150 บาท
4.ค่าเช่าผ้าห่มใหญ่ 50x3(ผืน)x2(คืน) = 300  หมอน 10x3x2= 60 รวม 360 ต่อเต็นท์(คนล่ะ 120)
5.ค่าลูกหาบ หาบของขึ้นภูกระดึง กิโลกรัมล่ะ 15บาท 8x15=120 ไปกลับ 240 บาท
6.ค่าอาหาร มื้อล่ะ 50-100 บาท 8มื้อ = 600 บาท
7.ค่าเข้าอุทยาน ผู้ใหญ่ 40 เด็ก 20
 
  รวม 170+60+150+120+240+600+40=1380
สำหรับใครที่ไม่ได้พักอยู่ ขอนแก่น ก็ต้อง รวมค่ารถทัวร์มาขอนแก่นด้วย 
 
เช่นกรุงเทพ-ขอนแก่น 384x2=768 บาท ก็จะประมาณ 2148 บาท เป็นต้น
 
 
การเลือกวันเที่ยว (Plan)         
 
         สำหรับการเลือกวันเที่ยว ถ้าคิดจะไปเที่ยวช่วงเทศกาล (หยุด3วัน) เช่น หยุดวันพ่อ หยุดวันรัฐธรรมนูญ ต้องจองที่พัก เต็นท์ ผ่านทางเว็บ http://web3.dnp.go.th/parkreserve/reservation.asp ก่อนนะครับ ถ้าอยากได้บ้านพัก ควรจองล่วงหน้าตั้งแต่วันเปิดจอง(60วัน) ถ้าอยากได้เต็นท์ก็ควรรีบจองตั้งแต่ก่อนล่วงหน้าสัก 30วัน นะครับไม่งั้นเต็มแน่นอนเลยครับ           
          แต่สำหรับผมแล้ว แนะนำให้ไปช่วงที่ไม่ใช่วันหยุดยาวดีกว่าครับ อาจจะไป ก่อนเทศกาล สัก1สัปดาห์(ธรรมชาติกำลังสวย) ลาหยุดวันศุกร์ไป หรือ ขาดเรียนไปสัก 1 วัน เช่นปีนี้ พวกผมเลือกไป วันที่ 23-24-25 พฤศจิกายน (โดดวันศุกร์ 1วัน) บนภูถ้าเป็นช่วงเทศกาล คนไปเที่ยวจะประมาณ 10000 คน แต่ถ้าช่วงวันธรรมดา อาจจะเหลือแค่  1000 คนเท่านั้นนะครับ และห้องน้ำบนภูกระดึง ก็มีจำกัดซ่ะด้วย >_<
 
 
บนภูกระดึง ธรรมชาติ จะแตกต่างไปแล้วแต่เดือนนะครับผมจะแนะนำ Hilight(จากประสบการณ์ไม่มีข้อมูลอ้างอิงคร้าบ) ในแต่ล่ะเดือนมาให้ชมกันนะครับ(ก๊อบมาจาก ภูกระดึง(๑) ส่วนใหญ่ครับ)
 
ช่วงปลายเดือน ตุลาคม - ต้นเดือนธันวาคม     
      ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ใบเมเปิล เปลี่ยนสีเป็นสีแดง และร่วงโรย มายังพื้นหินเบื้องล่างสีแดงสด ตัดกับสีเขียวของ มอส,เฟิร์น ตะไคร้น้ำ สวยงามติดตา..(Wow) และบางที ถ้าไปช่วงที่ ปลายฝนต้นหนาว มีโอกาศได้เห็นทะเล หมอกตอนเช้าๆๆ หรือถ้าโชคร้าย อาจจะเจอหมอก ปกคลุมตลอดทั้งวัน อดดูดาว ชมวิวหน้าผา ทัศนะวิสัย เหลือ 20 เมตร(เจอกับตัวมาแล้ว) แต่ก็สวยไปอีกแบบนะ ช่วง
 
ปลายเดือน ธันวาคม - ปลายเดือน มกราคม      
        ช่วงนี้จะเป็นช่วงอากาศหนาวมาก ถึง หนาวจัด ขึ้นยอดภู อุณหภูมิ ไม่สูงกว่า 20 องศาแน่นอน (ใครโชคดีอาจเจอแม่คะนิ้งก็ได้นะ) แต่ช่วงนี้ ใบเมเปล จะหายไปแล้ว อาจจะเกิดจากนักท่องเที่ยวที่มาก่อนหน้า หยิบ เหยียบย่ำ และ ใบไม้แห้ง ปลิ้วไปตามลม ช่วงนี้แทบจะไม่ได้เห็น ใบเมเปิลสีแดงแน่นอนครับ 
 
ช่วง ต้นเดือนกุมพาพันธ์ - ต้นมีนาคม(ถ้ายังหนาวอยู่) 
        ช่วงนี้ อากาศจะอุ่นขึ้นหน่อย เที่ยงๆ อาจจะเจอ อากาศประมาณ 25-30 องศา แต่ตอนเช้า ต่ำกว่า 20 แน่นอนคร้าบ ช่วงนี้ไฮไล อยู่ที่ ดอกกล้วยไม้ ดอกไม้ป่า ในเขตป่าดงดิบ(เขตน้ำตก) จะบาน เยอะมาก เราจะเห็น ดอกไม้สวยๆ เช่น กุหลาบพันปี บานเต็มต้นเลยคร้าบ และแน่นอน คนจะน้อยกว่าช่วง ที่ผ่านมา เหมาะสำหรับ น้องๆ ม.ปลาย โดยเฉพาะ ม.6 ขึ้นภู ไปอำลา อาลัยกันได้นะครับ บรรยากาศ รับรองว่า ซึ้งสุดๆแน่นอน อีกช่วง คือ
 
ช่วง เดือนมีนาคม จนถึง ปลายเดือน พฤษภาคม
      ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เปิดป่าปิด(ป่าดงดิบ) เพราะว่า ช่วงหน้าหนาว เป็นที่อาศัยของสัตว์ป่า และนักท่องเที่ยวมีจำนวนมาก จึงไม่เปิดให้เข้าชม ใครที่ต้องการเข้าป่าปิด ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่บนยอดภูก่อนล่วงหน้า เพื่อเจ้าหน้าที่จะจัด บุคลากร คอยนำทาง และดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ใครที่เป็นสายบู้ หรือชอบลุย แนะนำเลยครับ รับรองได้ประสบการณ์ดีๆกลับมาแน่นอน สำหรับ อากาศ ช่วงนี้จะไม่ร้อนมากนะครับ เพราะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1288 เมตรเลยทีเดียว อุนหภูมิ ประมาณ ร้อนสุดๆ ไม่น่าจะเกิน 35 องศาแน่นอนครับ  
 
 
การเตรียมสัมภาระ          
 
            ปกติก็จะไปของใช้ธรรมดาทั่วไป แนะนำเลยล่ะกัน กางเกงยีนส์ 1 ขาสั้น 1 กางใส่นอน 1 เสื้อกันหนาว 1 เสื้อใส่นอน 1 เสื้อใส่เที่ยว 3 (แนะนำเพราะว่า เราต้องฝากสัมภาระขึ้นไปกับลูกหาบ ถ้าเยอะเกินไป มันก็จะหมดค่าใช้จ่ายเยอะ) แล้วก็ที่ขาดไม่ได้ "ไฟฉาย" ของจำเป็นอื่นๆก็ ยาพารา ยาคลายเส้น ยาแก้ไอ (อากาศเย็นบางคนอาจจะไม่สบายได้) 
 
การเดินทาง          
 
              สำหรับคนที่อยู่กรุงเทพ  ใกล้ๆกรุงเทพ หรือใต้กรุงเทพ(ภาคใต้) ก็ให้ขึ้นรถจากหมอชิต จะมีสาย กรุงเทพ-เมืองเลย สายนี้จะจอดรถที่ ผานกเค้า เราก็นั่งสองแถวก็เข้าอุทยานได้ครับ          สำหรับคนที่อยู่ภาคอีสาน หรือภาคเหนือ ก็ขึ้นรถทัวร์คนไหนก็ได้ ที่ผ่าน อ.ภูกระดึง เช่น ขอนแก่น-เมืองเลย ครับรถจะจอดทั้งที่ผานกเค้า และ บขส. ภูกระดึง ก็นั่ง สองแถวต่อเข้าอุทยานได้เช่นกันครับ 
 
*มีคนถามว่ามีรถ ทัวร์เข้าไปถึงในอุทยานไหม ตอบว่าไม่มีนะครับ ถ้าเป็นรถประจำทาง ถึงที่ บขส. ภูกระดึง
 
 
วันที่ 1 มุ่งหน้าสู่ ภูกระดึง                  
 
              เตรียมของกันเสร็จแล้ว ก็ออกลุยกันเลย!  การเดินทางมาถึงภูกระดึง ควรถึงช่วงเวลา 5.00-10.00 น. นะครับ เผื่อเวลาเดินขึ้นสักหน่อย แต่ถ้าใครคิดว่าแข็งแรง เดินขึ้นแปบเดียวก็มาให้ถึงก่อน เวลา 14.00น.นะครับ เพราะอุทยาน จะปิดไม่ใ