อะแฮ่มมม!!! ยินดีอย่างยิ่งที่จะได้กล่าวคำว่า ยินดีต้อนรับเพื่อนๆทุกคนน เข้าสู่
 
TourTeen
 
By ParkZaa
 

หลังจากห่างหายไปนาน 2ปี ไม่ได้ไปไหนหรอกนะ แค่ไม่ได้ไปเที่ยว บางครั้งไปเที่ยว ก็ลืมเก็บข้อมูล-รูปถ่าย หรือบางครั้งตั้งใจจะอัพเดท พิมเสร็จแล้วคอมก็มาค้างซ่ะงั้น


รอบนี้ตั้งใจอย่างมาก เขียนรับช่วง Long Weekend เดือน กรกฏา หยุดยาวนาน 4วัน!!!~สำหรับผมย้ายร่างตัวเองเข้ามาหมกตัวที่กรุงเทพ เสียใจสุดๆ หยุด 4วันไม่มีแผนไปไหนเลย มีคนมาถาม เที่ยวไหนดีใกล้กรุงเทพ-ประหยัดผมเลยเขียน Blog นี้จัดให้เพื่อนๆที่เหี่ยวเฉาอยู่ที่กรุงเทพโดยเฉพาะ

Review นี้ไม่มีสาระอะไรมาก แค่จะบอกว่า เที่ยวใกล้กรุงเทพ ไปเช้าเย็นกลับ ชิวริมหาด 6ชั่วโมง โดยใช้งบประมาณเริ่มต้นที่ 400฿ !!!
 
อ้อออ ก่อนเข้าเรื่อง อย่าลืมกด Like FanPage และถ้ามีโอกาส คลิ๊กโฆษณา Google ข้างขวามือให้ผมจะเปนการขอบคุณอย่างที่สุดเลยคร้าบบ
 
 
-
 
-

## การเตรียมตัว
 

 บ่นกันยาวแล้ว เข้าเรื่องเลยดีกว่า การเตรียมตัว สำหรับการไปเที่ยวเกาะล้าน ไปเช้า-เย็นกลับ Blog นี่ ไม่มีอะไรสำคัญนอกจากเงิน อย่างน้อยควรจะมี 400บาท สำหรับคนที่เริ่มต้นเดินทางที่กรุงเทพฯ หาวันหยุดสักวัน เช็คสภาพอากาศ ถ้าแจ่มใส แดดจัด ถือว่าเป็นสภาพอากาศที่ดีที่สุด 
 
ตามแบบฉบับของ TourTeen ต้องมีการจดบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายล่วงหน้า เพื่อจะได้ ไม่พลาด ไม่เหลือเงินกลับบ้าน

1.ค่าเดินทาง โดยรถตู้ 100x2 ไปกลับ 200 บาท
2.ค่าเรือโดยสารขึ้นเกาะล้าน 30x2 ไปกลับ 60 บาท
3.ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 150 บาท4.ค่าเก้าอี้ชายหาด 30 คน/ทั้งวัน 
 
รวม 200+60+150+30 = 440฿

หรือใครชอบสนุกสนานเฮฮา ก็อาจจะเพิ่มค่าใช้จ่ายอย่างเช่น

5.1 เรือ Banana Boat ไปกันหลายๆคน น่าจะสักคนละ 200บาท/ครึ่งชั่วโมง
5.2 อาหาร-เครื่องดื่มเพิ่มเติมกรณีอยากกินเยอะๆ 200บาท/คน

สรุป แล้วถึงจะใช้จ่ายเยอะขึ้นก็จะหมดงบประมาณแค่ 440+400 = 840฿ เองนะครับ!!!
 

เกาะล้าน ไปเช้า-เย็นกลับ
 

เงินพร้อม เวลามี แล้วเราจะรออะไร! ลุยกันเลยย เริ่มต้นอย่างแรกก็คือ ดูพยากรอากาศ แนะนำเว็บนี้นะครับ http://www.tmd.go.th/province.php?id=54 ถ้าเขาบอกว่าฝนไม่ตก แผนต่อไปคือเลือกวันเหมาะๆเที่ยวครับ ผมแนะนำเลือก เสาร์อาทิตย์ เหมาะๆ หรือจะเปนวันหยุดยาวก็น่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากวันเสาร์อาทิตย์ ก็จะมีเพื่อนๆจากกรุงเทพนี่แหละไปเที่ยวกันเยอะมาก (หนุ่ม-สาว เยอะกว่าวันปกติ 4-5เท่า) เหมาะสำหรับไป ChillOut มากๆครับเลิกวันเที่ยวได้แล้ว นัดแนะกับกลุ่มเพื่อน ขึ้นรถตู้ที่ อนุเสาวรีชัย (แนะนำฝั่งห้างเซนจูรี่ แต่หลังจาก คสช จัดระเบียบรถตู้ใหม่ผมไม่แน่ใจว่าอยู่ที่เดิมรึป่าว) เวลาที่แนะนำคือ ระหว่าง 5.50 ถึง 6.30 นะครับ จะได้ไปให้ถึงท่าเรือก่อนเวลา 9.00น.

เมื่อถึงท่าเรือแล้ว มุ่งหน้าไปหาตั๋วไป "หาดตาแหวน" เนื่องจากพอถึงท่าเรือแล้วเราจะได้ไม่ต้องเสียค่าเดินทางเพิ่มเติมหลังจากลงท่าเรือ
 
-
-
น้ำใสๆ หาดสวยๆ 
-
 
เมื่อถึงเกาะแล้ว ส่วนตัวผมแนะนำให้เดินมากลางๆหาดนะครับ(แนะนำอยู่แถวๆ 3แยก) ไม่มีปัญหาเรื่องชาร์จค่าอาหารหรอก แต่ว่าถ้าเราเดินมาตรงกลางเราจะลงเล่นน้ำสะดวก แถมเราอาจจะแอบมองสาวได้ทั้งซ้ายและขวาด้วย
 
-
-
-

เลือกที่นั่งเสร็จแล้วก็จ่ายตังค่าที่นั่งคนละ 30บาท ในซุ้มที่นั่งจะมีพนักงานบริการสั่งอาหาร-เครื่องดื่ม รวมไปถึง Banana Boat ให้พร้อมเลยนะครับ ใครหิวไม่ได้ทานอาหารเช้ามา แนะนำสั่ง "ข้าวผัดจานใหญ่" ราคา 200-250 บาท กินได้ 4-5คน อิ่มแน่นอนครับ
 
 
หลังจากนั้นก็เปลี่ยนชุด เล่นน้ำหากิจกรรมทำตามประสาวัยมันส์ ช่วงเที่ยงช่วงบ่ายแดดร้อนจัด ใครกลัวแดดก็นั่งพักก่อน ผมขอยืนยันว่า สีน้ำทะเล กับลมทะเลเหนียวๆ จะกระตุ้นให้คุณวิ่งลงไปในทะเลเอง
 
 
เสร็จจากกิจกรรมอันเหนื่อยล้า เวลาประมาณ 15.00-16.00 ก็สามารถขึ้นเรือกลับที่ท่าเรือได้เลยนะครับ ใช้เวลาเดินทางจากเกาะถึง ท่าเรือฝั่งพัทยา ก็ประมาณ 30-45 นาที

ขึ้นมาบนฝั่งแล้วเราก็สามารถหารถตู้กลับจากตัวแทนบนท่าเรือได้เลยนะครับ 
รายละเอียดเพิ่มเติมจากคำแนะนำของ TourTeen
1.แนะนำและสำคัญมาก ถ้าจะกินอาหารทะเลให้อิ่ม ยังไงก็ต้องสั่งข้าวผัดนะครับ (จะได้ประหยัดด้วย)2.เครื่องดื่มต่างๆ สามารถพกไปเองจากฝั่งได้ (ถือเบียร์-เหล้า ได้เป็นลังๆเลยครับ) สั่งน้ำแข็งที่หาดได้เลย3.สำหรับใครที่เบื่อๆไม่อยากอยู่หาดตาแหวนทั้งวัน ก็สามารถไปหาดอื่นได้โดย รถสองแถว-เช่ามอไซ ได้นะครับ4.ขากลับ จะมีรถตู้ลง อนุเสารีฯ รามคำแหง หมอชิต ลองๆถามตัวแทนขายดูนะครับ (แต่ส่วนมากเขาจะไม่แนะนำที่อื่นยกเว้นของที่เขาทำงานอยู่)

____________________________________

เคยไปทะเลแล้ว แต่ยังไม่เคยไปทะเลภาคใต้

   - กระบี่ เที่ยวกระบี่ "ฉบับวัยรุ่น" (5วัน 4คืน) **ทริปนี้ผมแนะนำ ผมไป2คน 5วันไม่ถึง 1หมื่นครับ** 

   - ภูเก็ต(พีพี) เที่ยวภูเก็ต "ฉบับครอบครัว" (3วัน 2คืน)

   - สิมิลัน-ตาชัย  
เที่ยว สิมิลัน-ตาชัย (แถม Phuket Oldtown) "ฉบับวัยรุ่น" (4วัน 3คืน)
 
 ฝาก Blog อื่นด้วยนะครับ
สำหรับใครที่สงสัย เกี่ยวกับ Blog มีคำถามเชิญได้นะครับที่ fan page
(Fan Page ผมเช็คทุกวันนะครับ แต่ไำม่ได้อัพเดททุกวันเพราะบางวันไม่มีอะไรจะอัพจริงๆ แต่สงสัยถามได้เลยนะครับ) 
 
TourTeen 
                  By
                         ParkZaa
 
อะแฮ่มๆ สวัสดีคร้าบทุกคน!!! กลับมาพบกับ TourTeen อีกแล้วคร้าบบ หลังจากห่างหายไป เกือบปี!!

ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง หลักๆก็คือ ตัวผมเองไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย
เนื่องจากเก็บเงิน "จัดหนัก" กับ ทริปนี้ ผมยกให้เป็น ทริปอันดับ1 ของทะเลใต้ เลยทีเดียว ทำไม? เพราะอะไร เพื่อนๆ สามารถอ่านได้ใน Blog นี้เลยนะครับ Blog นี้ผมจะพยายาม Review สุดความสามารถ ชดเชยเพื่อนๆ ที่ผมไม่ได้เขียนมานาน
 
##บล๊อคนี้เขียนขึ้นด้วยความหวัง ผมจะเอา Blog นี้ไปสมัครงานกับเว็บหนึ่งซึ่งอุดมการณ์ตรงกับความฝันของผม หวังว่าผมจะได้รับพิจารณาจาก ทีมงานhttp://www.thetrippacker.com/th ## 

สำหรับ เพื่อนๆพี่ๆ ที่หลงเข้ามาใหม่ ผมขออนุญาตแนะนำตัว 
>> TourTeen เป็น Blog ที่ รีวิว การท่องเที่ยว "แบบละเอียด" เพราะการเดินทางของ วัยรุ่น อย่างพวกเรา มีข้อจำกัด หลักๆก็คือ เรื่องเงิน เราจึงต้องทำแผนการเดินทาง อย่างละเอียด เพื่อใช้เงินให้คุ้มค่า เพราะถ้าขาดการวางแผน เราไปถึงสถานที่ไม่รู้จัก อาจจะทำให้เราเคว้ง การเที่ยวอาจจะไม่สนุกก็ได้น้าาา

เกริ่นมาซ่ะยาวเลย ก่อนจะเข้าเรื่อง ผมขออนุญาต แนะนำตามประสบการณ์นิดนึง

    สำหรับใครที่ ไม่เคย เที่ยวทะเลเลย ผมแนะนำ ลองทริปอื่นดูก่อนเพราะ ทริปสิมิลัน ราคาค่อนข้างแพง เมื่อเทียบกับ ทริป ทะเลที่อื่น (ขนาดประหยัดแล้วยังเสียค่าใช้จ่ายเยอะมาก) ผมขอแยกออกเป็น 2 แบบนะครับ

1.ยังไม่เคยเที่ยวเกาะเลย ผมขอแนะนำ ทริปใกล้ๆกรุงเทพ

  - เกาะล้าน เที่ยวเกาะล้าน "ฉบับวัยรุ่น" (2วัน 1คืน)
                  เที่ยวเกาะล้าน "ฉบับวัยรุ่น"(๒) (3วัน 2คืน)

  - เกาะเสม็ด เที่ยวเกาะเสม็ด "ฉบับวัยรุ่น" (2วัน 1คืน)

  - เกาะช้าง เที่ยวเกาะช้าง วันฝนตก "ฉบับวัยรุ่น" (3วัน 2คืน)
 
2.เคยไปทะเลแล้ว แต่ยังไม่เคยไปทะเลภาคใต้

   - กระบี่ เที่ยวกระบี่ "ฉบับวัยรุ่น" (5วัน 4คืน) **ทริปนี้ผมแนะนำ ผมไป2คน 5วันไม่ถึง 1หมื่นครับ** 

   - ภูเก็ต(พีพี) เที่ยวภูเก็ต "ฉบับครอบครัว" (3วัน 2คืน)


 
พังงา! [สิมิลัน-ตาชัย]
 

            ทริปนี้ผมไปเที่ยวเมื่อ ปลายเดือน มกราคม 2556 ทริปนี้เริ่มจาก...ผมได้จองตั๋ว AirAsia ราคาโปรโมชั่นได้ ไปกลับ อุดรธานี ภูเก็ต 600 บาท/คน (ตอนนั้นก็ไม่คิดว่าจะไปไหนนะ จองใหได้ค่อย แผนไว้ทีหลัง) จากนั้น ผมก็ศึกษาข้อมูลคร่าวๆ ก็ลงเอยที่ จังหวัดพังงา (เพราะไม่เคยไป) จากข้อมูล ถ้าสุดยอดของพังงาก็ต้องเป็น หมู่เกาะสิมิลัน นี่แหละ แต่ปัญหาก็คือ ค่า DayTrip ไปสิลิมัน แพงมาก!! (ถ้าเทียบกับกระบี่ หรือภูเก็ต สูงกว่าถึง 2เท่า) ผมเลยต้องหาวิธีประหยัดค่าใช้จ่าย โดยการไปเลือกทริปที่งาน "ไทยเที่ยวไทย" สุดท้ายก็ได้ ทริปของ "Love Andaman" ผมก็จองที่งานไปก่อน 2000 บาท แล้วก็เก็บตังทั้งปี (เลยไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย) 

สำหรับพังงาทริปนี้ผมได้ที่พักที่เขาหลัก ซึ่งถูกใจผมนะ เงียบ บรรยากาศสบายๆ ที่สำคัญ มี 7-11 และ ชาย4บะหมี่เกี๊ยว ซึ่งเป็นอาหารหลักทุกการท่องเที่ยวของผมในระแวกนั้นด้วย  แถมยังมีหาดเงียบๆ ให้ไปชมพระอาทิตย์ตกตอนเย็นๆได้ด้วยนะคร้าบบ
 

หมู่เกาะ สิมิลัน
 

           ทริปสิมิลัน โดยส่วนตัวผมยกให้เป็นอันดับ 1 อันดามัน เพราะว่า หมู่เกาะสิมิลัน เปิดให้ท่องเที่ยวเพียง 6 เดือน/ปี เท่านั่น ซึ่ง ฤดูกาลท่องเที่ยวจะเริ่ม ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน - 15 พฤษภาคม ของทุกปี ทำให้ธรรมชาติของที่นี่อุดมสมบูรณ์ คงระบบนิเวศเดิม (มีบางเกาะปิดตลอดปีเพื่อเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเล) และเนื่องด้วยเหตุผลนี่ ทำให้ค่าทริปของที่นี่สูงกว่าที่อื่นเกือบ 2 เท่า ยกตัวอย่าง การไปเกาะพีพี ที่ภูเก็ต ราคาประมาณ 1300 ต่อคน แต่ที่หมู่เกาะสิมิลัน ต้องจ่ายถึง 2500 ต่อคน เพราะฉะนั้น ใครยังไม่เคยเที่ยวทะเลใต้ ผมขอแนะนำทริปที่ภูเก็ตก่อนนะคร้าบ ^_^


การเตรียมตัว

   บ่นมายาวมากกกกก มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า การเตรียมตัวที่สำคัญที่สุดของการท่องเที่ยวก็คือ "การเตรียมเงิน" อย่างที่บอกไว้ตอนต้นของ Blog ทริปนี้ใช้ค่าใช้จ่ายเยอะมาก ขอแนะนำสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ท่องเที่ยวทะเลใต้มาแล้วนะครับ เดียวไม่คุ้ม ส่วนตัวผมขอแนะนำ ช่วงอายุ 20+ ไม่ใช่ปัยจัยทางด้านสังคมนะครับ จริงๆแล้ว น้องๆมัธยมก็ไปทริปนี้ได้นะ เพราะ ผู้คนที่พังงาเป็นกันเองพอสมควร ผู้คนท้องถิ่นดูแลนักท่องเที่ยวดีพอสมควร แต่จะติดขัดตรงที่ค่าใช้จ่ายนี่แหละครับ ^_^  ยิ่งสำหรับเพื่อนๆที่อยู่ภาคอีสานหรือภาคเหนือ ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช่เยอะก็คือค่าเดินทาง ผมแนะนำ จองตั๋วเครื่องบิน หาโปรโมชั่นถูกๆ ราคาประมาณ 1000 หรือ 1000 นิดๆ นะครับ เพราะราคานี้ก็เท่ากับค่ารถทัวร์ แถมประหยัดเวลาได้มากเลย (ขอนแก่น-ภูเก็ต 16-18 ชั่วโมงแค่คิดว่านั่งนานขนาดนี้ก็เหนื่อยแล้วนะครับ) แต่ถ้าเพื่อนๆที่อยู่กรุงเทพ หรือใกล้ๆกว่านั้น ผมแนะนำนั่งรถทัวร์ก็โอเคเหมือนกันครับ ค่ารถจากกรุงเทพมาภูเก็ต ป.1 ก็ประมาณ 600 กว่าบาท นั่งคืนเดียวก็ถึงแล้ว

   นี่คือตัวอย่าง บัญชีคร่าวๆ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางทริปนี้นะครับ

        1.ค่าเดินทาง เครื่องบินไป-กลับ  1500x2=3000
        2.ค่าเดินทาง จากสนามบินไปพังงา
            มีหลายแบบให้เลือกความสบายขึ้นอยู่กับราคา ^_^
               - รถเก๋งรับ-ส่งสนามบิน 1500 (นั่งได้3-4คน) = 700 ต่อคน 
               - รถประจำทาง(ป.2) 100 บ.
               - รถประจำทาง(ขึ้นที่ บขส.ภูเก็ต) ค่าเดินทาง 200 บ.
 **การขึ้นรถผมจะแยกเขียนไว้ด่านล่างนะครับ มีหลายวิธีให้เลือก แต่ก็ยุ่งๆหน่อย**
       3.ค่าที่พัก 500-1000 บ./คืน พักได้2คน  1500 บาท
       4.ค่า DayTrip (ประมาณ)
               สิมิลัน 2200 ต่อคน
               ตาชัย 2500 ต่อคน
               รวม 4700 บาท
       5.ค่าอาหาร ประมาณ 10 มื้อ มื้อล่ะ 100x10 = 1000 บาท
       6.ค่ารถกลับสนามบินภูเก็ต รถทัวร์ 100 บาท (แนะนำรถทัวร์นะครับเพราะที่เขาหลักหาขึ้นง่ายมาก) 

 รวมทั้งหมด 3000+700+1500+4700+1000 = 10900บาท ต่อ/คน

##แต่เดียวก่อน สำหรับผู้ที่มีเวลาเพิ่มอีก 1 คืน ผมขอแนะนำ ไปนอนเมืองภูเก็ตสักคืนซิ##

สำหรับใครที่กลัวว่าจะไปภูเก็ตทั้งทีไม่ได้เที่ยวภูเก็ตผมแนะนำให้จองที่พักเพิ่ม 1 คืน ไปลุยเมืองภูเก็ตค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้เพิ่มเติม

         1.ค่ารถไปภูเก็ต 100 บาท
         2.ค่าเช่ามอไซ 250 บาท (บวกค่าเติมน้ำมันสัก 100 นะครับ)
         3.ค่าทีพัก 500 บาท  250 บาท/คน
         4.ค่าอาหาร 3 มื้อ 300 บาท

 รวมต้องจ่ายเพิ่ม 700 บาท 
 
 

การเลือกวันเที่ยว!

  อย่างที่บอกก่อนหน้านี่นะคร้าบ เกาะสิมิลัน จะเปิด  1 พฤศจิกายน - 15 พฤษภาคม ของทุกปี ซึ่งหมายถึง จะเปิดในเฉพาะช่วง High-Peak Season พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ช่วงนี้ค่าที่พักจะเพิ่มจากปกติประมาณ 20% แต่ค่าทริปก็เท่ากันทุกเดือนนะครับ ผมแนะนำช่วง High นะ เพราะอากาศช่วงนี้นะปลอดพายุ ไม่เสี่ยงที่จะเจอฝน ถ้าเป็นปลายเดือนกุมภาฯ และบวกกับสภาพอากาศโลกที่แปรปรวนตอนนี้ อาจจะเจอฝน ทำให้เราอดเที่ยวก็เป็นได้นะครับ 
 
การจองที่พัก

  แนะนำที่พักตามเว็บต่างๆนั้น ราคาจะอยู่ประมาณ 1000 นิดๆ (และผมก็ได้ราคานี้แหละ) แต่จริงๆแล้ว ที่พักโอเค ในย่านชุมชน(ไม่แออัดนะ) ราคา 500 ก็พอมีนะ แต่ผมก็หาเว็บไม่เจอเหมือนกัน ลองๆหาหน่อยอาจจะเจอนะครับ แนะนำจองก่อนไปเลยนะครับ ถึงแล้วจะได้พักเลย หรืออีกทางเลือก ลองไปหาที่พักในงานออกบูทต่างๆ เช่น งานไทยเที่ยวไทย จัดปีล่ะ 3-4 ครั้ง(ตามข่าวได้ที่เฟสบุ๊ค ไทยเที่ยวไทย หรือเฟสบุ๊คของเราเลยนะครับ) 

การเดินทาง

 การเดินทางตามที่แนะนำข้างต้นควรเดินทางด้วยเครื่องบิน แต่ถ้าใครนั่งรถทัวร์มา จากกรุงเทพ ผมแนะนำให้เลือกรถที่เขียนว่า ผ่านตะกั๋วป่า แล้วบอกเขาลงที่เขาหลัก ยังไงไม่มีหลงครับ หรือว่าใคร หาได้แค่รถภูเก็ตก็ไม่ต้องกังวล ลงภูเก็ตแล้วหารถมาเขาหลักไม่ยากเลย (เท่าที่ผมรู้มี 2-3 บริษัทที่มีรถผ่านเขาหลัก หารถทัวร์ไม่ยากครับ)

แต่สำหรับคนที่มาเครื่องบิน อาจจะต้องใช้ความคิดเล็กน้อย เพราะมีหลายวิธี หลายราคาให้เลือก
       1.วิธีแรก สะดวกสบาย แต่รบกวนกระเป๋าเราสักหน่อย ก็คือ รถรับส่งจากสนามบิน ไปที่พัก วิธีนี้ง่ายสุด สะดวกสุด ก็คือนั่งรถเก๋ง จากสนามบินไปที่พัก ราคาก็ประมาณ 1500-2000 บาท แนะนำให้ติดต่อบริการนี้กับที่พักที่เราจองเลย ถามว่าคุ้มไหมก็โอเคนะครับ เพราะเราไม่รู้ว่าที่พักเราอยู่ไหนถ้านั่งรถเก๋งก็ถึงที่แน่ๆ หลับไปได้ด้วย (เพราะต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) 
       2.นั่งรถทัวร์ วิธีนี้ลำบากหน่อยเพราะต้องหอบหิวกระเป๋า ออกมาหน้าสนามบิน (ไม่ไกลมาก) แล้วก็รอรถผ่านที่ศาลา ถ้ามาเกิน 18.00 น. อาจจะไม่มีรถแล้วนะครับ รถที่ผ่านก็มี ทั้งรถ ภูเก็ต-กรุงเทพ ภูเก็ต-ชุมพร ภูเก็ต-ตะกั๋วป่า ฯ  รถคันไหนวิ่งผ่านมาโบกๆไว้เลยครับ ก่อนขึ้นก็ถามเขาก่อนว่าผ่านไหม ราคาก็ ถูกกว่าวิธีแรกมากครับ คนล่ะประมาณ 100 บาท
      3.นั่งรถ AirportBus ไปเมืองภูเก็ต แล้วหารถจากภูเก็ตไปพังงา ไม่ต่างจากวิธีที่2 ครับ แต่วิธีนี้ได้รถชัวร์ แต่เสียเวลามากกว่านิดหน่อย แต่เราจะเลือกได้ อาจจะมีรถตู้ หรือ เลือกนั่งรถ ป.1 ได้จากที่ บขส.ภูเก็ตครับ

 
 
พังงา!
 


วันที่ 1 บินสู่ฟ้า พังงาจ๋า พี่มาแล้ว
 
-
-
 
          การเดินทางของผมเริ่มที่ จังหวัดขอนแก่น เนื่องจากเที่ยวบินของ AirAsia จากขอนแก่นไม่มีไปภูเก็ต ผมเลยเลือกบินที่สนามบินอุดร (ผมจอง โปร BigSale ล่วงหน้า 9 เดือน ได้ค่าเครื่องบิน ไปกลับ 600 บาท) เตรียมของออกจากห้องด้วยกระเป๋า 2 ใบ หนัก 7 kg พอดีเป๊ะ เพราะ สนามบินให้เอากระเป๋าขึ้นแค่ 2 ใบ หนักไม่เกิน 7 kg ถ้าเกินกว่านั้นต้องเสียตังเพิ่ม (แต่จริงๆแล้วบินในประเทศเขาไม่ค่อยเข้ม ขนเกินก็ได้ครับ) ผมแอบเอาขนมเล็กๆน้อยๆใส่กระเป๋าขึ้นไปกินบนเครื่อง ด้วยความเกรียนส่วนตัว (ก็ผมขึ้นไฟต์ 6โมงเย็น เวลาอาหารพอดีเลย) พอถึงสนามบิน เนื่องจากนั่งแถวหน้า (ต่อจากแถว VIP) ผมก็รีบเดินออกมาจากสนามบินเป็นคนแรกของไฟต์เลย ทำให้โดน Taxi จีบเยอะเลย ผมก็โทรหาคนที่จะมารับ ขอเล่านิดนึงนะครับ ตอนโทรไปติดต่อ เขาบอกว่าคนที่มารับ ชื่อ ไมเคิล ผมก็โทรไปถาม คุณไมเคิลใช่ไหมครับ แล้วก็บอกว่าเราอยู่หน้าสนามบิน ไม่ถึงนาทีเขาก็มาถึง พอเจอตัวจริงๆ คุณ ไมเคิล หน้าเหมือนคนแถวบ้านผมเลย สอบถามดูที่แท้ก็คนบ้านเดียวกัน (อีสานบ้านเฮา) พอถึงเขาหลัก ผมเลยได้โอกาส ถามหาที่กินข้าว พี่เขาก็ชี้นี่เลย ชาย4หมี่่เกี๊ยว พร้อมร้านข้าวมันไก่ ถึงที่พักผมเก็บของ เปิดแอร์ทิ้งไว้ มุ่งหน้าหา ข้าวมันไก่ทันที ราคากันเอง 35-40 จัดเบิ้ล2ชาม แล้วก็นอนพักลุย เตรียมลุยสิมิลัน 
 
          สำหรับใครที่มาถึงเร็วก่อนหน้านั้น ไปเดินเล่นที่หาดก่อนได้นะครับ บรรยากาศน่าเดินมาก (ถามทางดูเดินไปไม่ไกลครับ ถนนสวย) 


วันที่ 2 สิมิลัน...ฉันมาแล้ว
 


      ตื่นแต่เช้า ควรตื่นประมาณ 6.00-6.30 เพราะรถจะมารับประมาณ 7.30 เดียวเตรียมตัวไม่ทัน วันนี้ก็แต่งตัวสบายๆ พร้อมเปียก + พร้อมลุย ใครที่ห่วงผิวก็อย่าลืมครีมกันแดด SPF สูงๆเลยนะครับ หาดสวยๆถ้ามัวแต่กลัวแดดอดเล่นเสียดายแย่เลยคร้าบ สำหรับใครที่จองที่พักพร้อมอาหารเช้า เผื่อเวลาไว้ด้วยนะครับ เดียวกินไม่ทัน ส่วนใครที่ไม่ได้จองอาหารเช้าไม่ต้องตกใจครับ ถ้าจองทริปกับ Love Andaman เนี่ย มีรองท้องให้ที่ท่าเรือเลยครับ จะเป็นพวกขนมปัง แยม ผลไม้ ผมตื่นสายก็อาศัยไปกินฟรีที่ "Love" นี่แหละครับ 
 
-
-


      ประมาณ 8 โมงเราก็จะถึงที่ท่าเรือของ Love ก็ลงชื่อ รับ สายรัดข้อมือ จะแบ่งเป็นสีๆ จะได้ไม่หลงกลุ่มทัวร์ พอถึงที่นั่ง พี่ๆไกด์ก็จะให้เราเลือก Fin (ตีนกบ) แล้วก็ แว่นตาดำน้ำ แต่ผม ปฏิเศษตีนกบไปครับ เพราะผมไหว้น้ำไม่แข็งอยู่แล้ว เอาไปคงเป็นภาระ หลังจากพี่ๆแนะนำทริปประจำวัน ก่อนลงเรือ อย่าลืม กินยาแก้เมาครับ ผมว่ากินไว้ก่อนเลยดีที่สุด ที่ท่าเรือมีเตรียมไว้ให้อยู่แล้ว เดียวเมาเรือมาจะแย่เอา
 
-
-
      พอทุกอย่างพร้อมเราก็ออกจากท่าเรือ มุ่งหน้าสู่ หมู่เกาะสิมิลัน ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงกว่าๆ ตัวผมก็หลับไปตั้งแต่ออกทะเลเลย...แต่!!! อยู่ๆพี่ไกด์ประจำเรือก็ปลุกเราขึ้นกลางทะเล... บอกกับพวกเราว่า เจอโลมา โหยยยยย โชคดีมากเลยครับ พี่เขาบอกว่า มันไม่ได้ผ่านมาให้เห็นเป็นเดือนแล้ว ผมก็พยายามถ่ายภาพมาก็ได้นิดหน่อย อยากบอกว่า โลมาดูใกล้ๆน่ารักมากเลยครับ อยู่ใกล้ๆรับรู้ถึงความฉลาดของมันเลยทีเดียว
 
-
-
       จากนั้น ไม่นานเราก็ถึงจุดดำน้ำจุดแรก หลายๆคนอาจจะเก้ๆกังๆหน่อย ตัวผมพอจับชูชีพได้ โดดลงคนแรก อยากสัมผัสทะเลใต้ที่ห่างหายมานานเป็นปี พอโดดลงบุ๋ม... สุดยอดเลยครับ น้ำใสเนี่ย ใสอยู่แล้ว แต่ปลาที่นี่ ไม่เหมือนที่อื่น สีสวย แต่ไม่คุ้นกับคน เพราะไม่มีการให้อาหาร มันไม่ไหว้มาใกล้เราแต่ก็มีให้เรามองเพียบเลย
 
-
-

       สักพักพี่ไกด์ประจำเรือก็โดดลงมาตาม พี่เขาบอกจะพาไปดู ปลาการ์ตูน (นีโม) ผมก็ไหว้ตามไป ไม่ห่างจากเรือมาก แต่เนื่องจากปลาการ์ตูนเป็นปลาขี้อาจ และตัวเล็กมากๆ (เล็กจริงๆ) มันจะอยู่ใน ประการังสีขาวๆ พริ้วๆ แบบในการ์ตูนเลย ผมดำอยู่นานก็มองไม่เห็น จนต้องลำบากพี่ไกด์ดำลงไปชี้จุดถึงที่ ถึงจะสังเกตุเห็น ครอบครัวปลาการ์ตูน ผมพอดูเสร็จโผล่ขึ้นมาคุยกับพี่ไกด์ พอดำกลับลงไป อ้าว บ้านปลาการ์ตูนอยู่ไหนนน หาไม่เจออีกแล้ว พี่ไกด์ก็ไป take care คนอื่นๆอยู่ ผมเลยมองหาเอง มองหาอยู่นานก็ไม่เจอ จนหมดเวลา ไกด์เรียกขึ้นเรือก็ยังหาไม่เจอ T_T
 
-
-

        หลังจากนั้น Love ก็พาขึ้นเกาะ... จำไม่ได้ว่าเกาะชื่ออะไร เราขึ้นเกาะที่หาดเล็ก ไกด์บอกว่า เดิน 10 นาทีจะทะลุไปอีกฝากของเกาะ เป็นหาดใหญ่(ไม่ได้อยู่สงขลานะ) ผมก็เดินไปว่าจะไปเก็บภาพ ระหว่างทางก็เป็นป่าดงดิบ เดินเพลินๆแบบเดียวเองก็ทะลุมาอีกฝั่ง มีลานกางเต็นท์ด้วย (เป็นลานกางเต็นท์ของ อุทยานแห่งชาติ สามารถนอนค้างคืนได้ รายละเอียดก็คงคล้ายๆ อุทยานแห่งชาติที่อื่นๆ จองก่อนมาถึงจ่ายค่าธรรมเนียม อะไรประมาณนี้) หาดเป็นหาดยาวพอสมควร บรรยากาศคนไม่เยอะ เอาง่ายๆก็คือ คนน้อยเลยล่ะ (ก็ทริปมันแพงมาก ฮ่าๆๆ) เป็นส่วนตัวๆหน่อย ฝรั่งก็นอนอาบแดดไป คนไทยก็หลบแดด ถ่ายภาพ


        สักพักก็ถึงเวลาทานอาหาร  ประทับใจครับ อาหารที่นี่ รสชาติดี อร่อย กินไม่อิ่มเติมได้ (ผมเดินไปเติมคนแรกๆเลยล่ะ ฮ่าๆ จ่ายมาแพงเอาให้คุ้ม เนอะๆ) กินอิ่มแล้ว ก็มีเวลาชิวๆอีกครึ่งชั่วโมง ก็เดินเล่นถ่ายภาพ น้องๆเด็กๆก็เล่นน้ำในหาด ฝรั่งก็เหมือนเดิมครับ นอนอาบแดด และก็ถึงเวลาขึ้นเรือ ไปดำน้ำจุดที่ 2


         จุดที่ 2 ผมก็จำตามหาปลาการ์ตูนเช่นเคย แต่ก็ยังหาไม่เจอเหมือนเดิม หายากจริงๆ แต่ปลาชนิดอื่นๆก็สวยไม่แพ้กันนะ น้ำใสๆอีกเช่นเคย และก็ถึงเวลา ขึ้นเกาะหินเรือใบ ไฮไลของหมู่เกาะสิมิลัน
 
-
-
-

 
          ถึงบนเกาะไกด์ก็จะแนะนำกิจกรรม มี2 แบบ เล่นน้ำ กับ ขึ้นไปชมวิว บนหินเรือใบ ผมเลือกไปชมวิว เพราะจะเก็บภาพมุมสูงด้วย ทางเดินขึ้นไปก็บู้ๆนิดนึงนะครับ ทำเอาเหนื่อยเลยทีเดียว แต่ไม่ผิดหวังได้ภาพมาฝากเพื่อนๆ ด้วยคร้าบ เสร็จจากชมวิว เดินลงมาก็เจอพี่ๆไกด์รอแจกเครื่องดื่ม + ผลไม้ โหยย สวรรค์สุดๆคร้าบ จากนั้นก็ถึงเวลา ลา สิมิลัน ประทับใจมากครับ โดยเฉพาะ ทีมงาน " Love Andaman " (ไม่ได้ค่าโฆษณานะ ประทับใจเลยโปรโมทให้แบบสุดๆ)


      กลับมาถึงฝั่ง รถตู้รอรับที่ท่าเรือถึงที่พักผมก็เดินออกมาสัมผัสบรรยากาศเขาหลักตอนกลางคืน ร้านอาหารไทย-เทศ คึกคักครับ แต่เป็นบรรยากาศสงบๆ ไม่อึกทึกครับ ใครชอบ Party อาจจะไม่ชอบ แต่บรรยากาศแบบนี้ก็ดีไปอีกแบบนะครับ จบแล้ววันนี้ทานข้าว รีบเข้านอน พรุ่งนี้ลุยต่อครับ 



 วันที่ 3 เกาะตาชัย ไม่ไปไม่ได้แล้ววว


           เช้าวันที่3 ทีพังงา ตื่นแต่เช้าเช่นเคย วันนี้ผมตื่นทันอาหารเช้า(วันแรกไม่ทัน) เช่นเคย ผมร่วมทริปกับ ทีมงาน Love Andaman อีกแล้ว ถึงท่าเรือก็เช่นเคย แต่จากต่างเมื่อวานก็คือมีพี่ไกด์มาทัก เจอกันอีกแล้วว ทริปนี้คนไทยจะเยอะหน่อย...แถมม พิเศษ ผมเจอกองถ่าย รายการ เด็ก(มันส์)แนว แอบตื่นเต้นนิดหนึ่งเหมือนกัน แต่กองถ่ายขึ้นไปกับ อีกลำนึง พลาดเลย
 
 
           ก่อนออกเรือพี่ไกด์อธิบายการเดินทาง ได้แจ้งเปลี่ยนโปรแกรมเล็กน้อย ก็คือ ช่วงเช้า เราจะอยู่ที่เกาะตาชัยทั้งวัน และช่วงบ่ายถึงจะไปดำน้ำ (เนื่องจากน้ำลงตอนบ่าย เรือเทียบฝั่งไม่ได้) 
 
-
-
 
            นั่งเรือประมาณ 1.30 ชั่วโมงก็ถึงเกาะตาชัย ความประทับใจแรก หาดยาวมาก ทรายขาวมากก เกาะตาชัยเป็นเกาะที่พึ่งเปิดให้ท่องเที่ยว 2-3 ปีที่ผ่านมานี่เองความเป็นธรรมชาติจริงๆยังคงอยู่อย่างมาก และบนเกาะก็มีพระเอกของเกาะ ก็คือ ปูไก่ พี่ไกด์ก็จะเล่าให้ฟังว่าปูไก่อยู่อาศัยยังไง ที่อัศจรรย์ก็คือ ปูไก่ตัวเมีย ทุกคืนพระจันทร์เต็มดวงจะออกไปรวมตัวที่หาดเผื่อวางไข่ (มันมี FullMoon Party สาวๆกันนี่เอง) แล้วเราก็ถ่ายรูป เล่นน้ำ เดินป่ากันที่หาดตาชัย ครึ่งวันเช้าเพลินๆเลยครับ
 
-
-
 
            และก็ถึงเวลาอาหารเที่ยง ที่นี่ พิเศษกว่า ทริปอื่นๆก็คือเราจะกินที่กระท่อมแล้วอาหารก็ปรุงสดๆใหม่ๆ แต่นั่นเป็นความประทับใจรองของผมไปเลย เพราะความประทับใจหลักก็คือ ผมได้ทานข้าวกับดารา ถ่ายภาพเพลินเลยครับ พี่ฟอร์ยเป็นกันเองมากๆ ตัวจริง เฮฮากว่าในทีวีเยอะอะจะบอกให้ ^_^



            ทานข้าวก็เสร็จแล้ว ถ่ายรูปกับดาราก็ผ่านไปแล้ว (ที่ Love Andaman ดาราแวะมาเที่ยวบ่อยมากๆ) ต่อไปก็คือกิจกรรมโปรดของผมเอง คือการไปดำน้ำ ครั้งนี้ต่างจากทุกครั้งคือได้ดำน้ำเต็มๆ 2ที่ ต่อกันเลย
 
-
-

            ที่เกาะตาชัยจะมีลักษณะพิเศษต่างจากที่อื่นหน่อยก็คือ จะมีจุดดำน้ำที่มีปลาตัวใหญ่ และ อีกจุดก็เป็นปลาตัวเล็ก (คล้ายๆเป็นที่อนุบาลสัตว์ทะเลก่อนออกทะเลกว้างใหญ่) สวยไปอีกแบบ แต่ก็คล้ายๆกับ สิมิลันครับ


            วันนี้ก็เช่นเคยผมพยายามหาปลาการ์ตูน แต่ก็ไม่เจอเลย เนื่องด้วยวันนั้นน้ำแรง คลื่นซัดออกจากฝั่ง แทบไม่ได้ดำน้ำเลยครับ  ว่ายหาเรืออย่างเดียว แทบหมดแรง สุดท้ายพี่ไกด์ก็ต้องค่อยมาลากทีละคนกลับขึ้นเรือ แล้วก็นั่ง เรือกลับฝั่ง เจอฝนเล็กน้อย แต่ก็ได้เห็น รุ้งโค้งสวยสุดขอบฟ้าก่อนกลับเข้าฝั่ง เป็นวันที่ดีอีกวันเลยครับ



[Extra Day] วันที่ 4 ป่วนเมืองภูเก็ต 
 
             จริงๆแล้ว โปรแกรมการท่องเที่ยวทริปที่พังงา ได้สิ้นสุดแล้ว 3คืน 4วัน แต่..เนื่องจากตอนที่ผมจองโปรโมชั่นเครื่องบินวันที่4ของการเดินทาง ตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งโปรโมชั่นมันหมดแล้ว ต้องจ่ายราคาปกติ ผมเลยแก้ปัญหาโดยการจองวันกลับเป็นวันจันทร์ซ่ะเลย (พักอีกคนก็หมดน้อยกว่าราคาตั๋วเครื่องบินราคาเต็มแน่ๆ) สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ไม่มีเวลา ก็จองทริป 3คืน4วัน ปกตินะครับ วันนี้ก็เตรียมตัวเดินทางกลับได้เลย โดยการรอโปกรถที่ถนนเส้นหลักของเขาหลัก โบกได้ทุกคนที่ผ่านนะครับ บอกกระเป๋ารถว่าลงสนามบิน เขาจะจอดส่งที่หน้าสนามบิน สำหรับคนที่มีเวลาเหลือ เงินเหลือ เราลุยต่อกันที่เมืองภูเก็ตเลยครับ!!
 
 
              เช้าวันนี้ตื่นสายได้เล็กน้อย ใครที่ยังไม่เก็บของก็อาบน้ำเก็บของ ควรออกจากโรงแรมประมาณ 9.00-10.00 เพราะเราต้องนั่งรถเข้าเมืองภูเก็ตประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อพร้อมแล้วก็ยืนโปกรถที่ถนนเส้นหลักของเขาหลักได้เลยครับ รถคันไหนเขียนว่าเข้าภูเก็ต โบกได้เลยครับ พอขึ้นรถ เราก็บอกกระเป๋ารถทัวร์ว่าจะลง บขส.ภูเก็ต เขาก็จะถามว่า จะลงป่าตอง หรือลงเมืองภูเก็ต ให้เราบอกลงที่เมืองภูเก็ตนะครับ เพราะที่เมืองภูเก็ต สามารถหารถมอไซเช่า และที่พัก ราคาถูกๆได้ 
 
 
               เมื่อถึง บขส. เมืองภูเก็ต ผมแปลกใจมากครับ มันเป็น บขส.ที่เงียบมากๆ ไม่ใช่บรรยากาศ บขส.เมืองท่องเที่ยว เหตุผลอาจจะเป็นเพราะ บขส.หลัก อยู่อีกที่ละมั้ง เมื่อถึง บขส. สำหรับใครที่จะเช่ารถมอไซ ให้เดินออกมาที่หน้า บขส.เลยนะครับ จะมีร้านให้เลือก 2-3 ร้าน ผมเลือกร้านแรกที่ถึงเลย ร้านพี่บ่าวรถเช่า เมื่อเช่ารถแล้ว เรากะว่าจะหาที่พักถูกๆแบบว่านั่งรถไปหา แต่ได้ทราบข้อมูลดีๆจาก พี่บ่าว(แกเรียกตัวเองว่าอย่างนั้นอะน้า) ว่าหลัง บขส. มีที่พักราคาถูก 400-600 ห้องพักโอเค อยู่ ผมเลยลองขับรถไปดู (ใครที่ลงถึง บขส. ให้มองหาต้นไทร แล้วขับตรงเข้าไปทางนั้นเลยนะ) เจอตึกแถว เงียบสงบนะ มีอพาร์ทเม้นท์ให้เลือก 2-3 ที่ แล้วแต่ชอบเลยครับ ห้องสะอาด ผมเลือกห้องถูกสุด แอร์ 450 (ไม่คิดเลยว่าจะได้ห้องแอร์ราคานี้ที่ภูเก็ต) ห้องโอเคนะครับ มีทีวี แอร์ น้ำอุ่น ครบครันครับ 
 
 
               เนื่องจากเวลากระชั้นชิดมาก ผมเก็บของ ล้างเนื้อล้างตัว แต่งตัว เตรียมพร้อมลุย Plan โปรแกรมไว้ว่า จะไป เมืองเก่าภูเก็ต (Phuket Oldtown) ชมวิว 3อ่าว  ที่พระใหญ่ภูเก็ต (Big Buddha) ปิดท้ายด้วย ดูพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ แต่...ท้องหิวยังไม่ได้ทานอะไรเลย ผมเติมน้ำมันเต็มถัง(100บาท) แล้วก็ขับรถวนรอบเมืองภูเก็ต เพื่อหาร้านข้าวกิน ขับไปขับมา เหมือนจะออกนอกเมือง ผมเลยเปิด GPRS แผนที่ในมือถือ กลับเข้าเมืองภูเก็ต ขับวนไปวนมา จนเจอร้านน่านั่งร้านหนึ่ง ชื่อร้าน "ชากังราว"
 
 
-
-
 
                ร้านชากังราว ชื่อร้านเหมือนจะเป็นร้านน้ำชา แต่ผมมองเข้าไปในร้าน ไม่น่าใช่ เป็นร้านบะหมี่ชัดๆ แถมตอนนั้น บ่าย2นิดๆ คนยังเต็มร้านอยู่เลย มั่นใจแน่ นี่แหละ ขอดีเมืองภูเก็ต (โชคดีที่หลงมาเจอ)
 
 
                มาถึงร้าน เมนูแนะนำมีอาหารชื่อแปลกๆอยู่นะ แต่ผมไม่กล้าสั่ง เลยสั่ง บะหมี่ต้มยำกระดูกหมู[พิเศษ] มาลองทานดู ด้วยความเหนื่อยล้า สั่งโค้กลิตรมาเพิ่มพลังด้วย 
 
 
                รอไม่นาน (ยังไม่หายเหนื่อยเลย) บะหมี่ต้มยำกระดูกหมู ของผมก็มาเสิร์ฟ พอถ้วยวางลงตรงหน้าเท่านั้นแหละ ความคิดแรกก็โผล่ขึ้นมาเลยก็คือ "ถ่ายรูป" เพราะ บะหมี่ถ้วยนี้น่ากินมา กระดูกหมูชิ้นใหญ่ๆ หมูชิ้นโตๆ แทบไม่เห็นกระดูกเลย ผมลองชิมน้ำซุปโดยไม่ปรุง ปรากฏว่ารสชาติลงตัวแล้ว เผ็ดนิดๆ ติดกลิ่นมะนาวหน่อยๆ (ถูกใจคนชอบเผ็ดอย่างผม) ผมเลยไม่ได้ปรุงเลย ยัง ยังไม่จบ ไฮไลท์มันอยู่ที่ กระดูกหมู ครับผม กระดูกหมูของที่นี่ นอกจากจะได้หมูเยอะ (ไม่ต้องลำบากแทะ เหมือนหลายๆร้าน) เนื้อหมูยังนิ่มมากๆ ทานแล้ว แบบว่าละลายในปาก อะไรงี้ ติดใจมากครับ แต่เนื่องจาก เงินในกระเป๋าเหลือน้อยเต็มที ก็เลยสั่งมาทานแค่ถ้วยเดียว

##ผมเขียน Blog ตอนตี3 หิวขึ้นมาแล้วซิ 
 
 
               กินเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาลุย เนื่องจากผมวนเมืองภูเก็ตมาพอสมควรแล้ว ผมจึงเปิด GPRS นำทางซ่ะเลย (ผมใช้ android ฟังชั่นครบครับ) จุดมุ่งหมายต่อไปก็คือ เมืองเก่าภูเก็ต ซึ่งอยู่ที่ถนนถลาง พิมลงไปในมือถือ มันก็จะขึ้นมาทันทีเลยครับ ขับตามแผนที่ไปไม่นานก็ถึง แต่ระวังหน่อยนะครับ ถนน ถลางเป็น One Way ระวังเข้าผิดทางจะเกิดอุบัติเหตุเอา
 
-
-
 
 
              ถ.ถลาง เป็นย่านเมืองเก่าของคนจีนที่อยู่ภูเก็ต ที่ผมสนใจที่นี่ เพราะ ได้เห็นบางส่วนจากหนัง "ม.3ปี4 เรารักนาย" เลยตามมาถึงสถานที่จริง แล้วบังเอิญ มาก ที่มาวัน อาทิตย์ เพราะว่า วันอาทิตย์ร้านขายของต่างๆในถนนถลางจะหยุดขาย จะเปิดเฉพาะร้านกาแฟ ทำให้บรรยากาศเหมาะแก่การถ่ายรูปอย่างมาก (สตูดิโอ ดังๆในภูเก็ตก็เลือกที่จะมาถ่ายวันอาทิตย์ วันที่ผมไป เจอทั้งถ่ายรูปงานแต่ และ ถ่ายรูปชุดรับปริญญา) 
 
 
              เกือบบ่าย3 ผมใช้เวลาถ่ายรูปที่นี่ประมาณ 30 นาที นอกกลิ้งบนถนนบ้างล่ะ ยืนขวางรถบ้างล่ะ ใครไปเป็นแก๊งๆ ผมแนะนำ โดดถ่ายกลางถนนเลยนะครับ สถานที่สวยๆ+แอคติ้งเท่ส์ๆ ได้ภาพ Profile Facebook ใหม่แน่นอนเลยครับ
 
 
              เสร็จจากถ่ายภาพอย่างเร่งรีบแล้ว มุ่งหน้าต่อ จุดหมายต่อไปก็คือ พระใหญ่ภูเก็ต Big Budda นอกจากจะได้ไปกราบพระที่สร้างจาก ศรัทธา คนทั่วโลกแล้ว บนนั่นเรายังสามารถเห็นวิว มุมสูงตัวเมืองภูเก็ต และ หาดในเกาะภูเก็ตถึง 3 หาด พลาดไม่ได้แล้วครับ แต่ต้องขับรถระวังหน่อยนะครับ เพราะเราต้องขับออกจากเมืองประมาณ 20 กิโล ให้ใช้ทางที่จะไปแหลมพรหม ดูป้าย กะตะ กะรน
 
 
               ระหว่างทางเราจะผ่าน 5แยก วัดฉลอง ใครมีเหลือเวลา แวะเข้าไปกราบ  พระมหาเจดีย์ พระจอมไท เพื่อเป็นศิริมงคลขอพรกันก่อนนะครับ
            
               ขับรถไปต่อ มุ่งหน้า แหลมพรหมเทพ จะเห็นป้าย Big Buddha ตลอดทาง หลังจากเข้าทางแยก จะเป็นทางขึ้นเขาประมาณ 6 กิโลเมตร ต้องใช้ความระมัดระวังระดับหนึ่ง แต่ไม่ถึงกับยากมาก ใครขับมอไซฯเป็นประจำอยู่แล้วคงขับขึ้นได้สบายๆครับ
 
-
-
บรรยากาศทางขึ้น Big Buddha
-
 
              บรรยากาศเมื่อขึ้นไปถึงแล้ว เต็มไปด้วยคนไทยและชาวต่างชาติ  เดินจากที่จอดรถเล็กน้อยก็เห็นวิว ของเมืองภูเก็ต เดินไปอีกสักหน่อยก็เห็นหาดป่าตองอยู่ไกลๆ ผมใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 20 นาที ต้องรีบหน่อยเพราะเดียวไม่ทันอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ (ก่อนลงอย่าลืมหยอดกล่องบริจาคด้วยนะคร้าบ)   ลุยกันต่อ มุ่งหน้าสู่แหลมพรหมเทพ ระหว่างทางขับรถผ่านหาดราไวย์ด้วย มีร้านอาหารริมทะเล เพียบเลย อยากแวะนะ แต่ต้องรีบไปดูพระอาทิตย์ตก เลยได้แค่มอง

                เมื่อถึงบริเวณแหลมพรหมเทพแล้ว เราจะเห็นร้านขายของที่ระลึก สำหรับมอไซฯ ก็หาที่จอดรถแถวนั้นเลยก็ได้นะครับ จอดรถเสร็จผมก็มุ่งหน้่าไปที่แหลมเลย บริเวณจุดชมพระอาทิตย์ตก จะมีลานปูนให้ชมอยู่ใกล้ๆประภาคาร แต่ถ้าจะให้พิเศษ ผมแนะนำต้องเดินลงไป ด้านล่าง ตรงที่เป็นแหลมเลย (ทางลงลำบากนิดหน่อย อารมณ์คล้ายๆภูกระดึง ระยะทาง 200 เมตร) 
 
-
-
-
-
 
 
                ผมไปถึงปลายสุดของแหลม ประมาณ 17.30 มีเวลาให้เลือกมุมชมพระอาทิตย์ตก เกือบชั่วโมง ระหว่างรอ ก็จะเห็นบรรยากาศ เรือต่างๆกำลังกลับเข้าฝั่ง ลมพัดตลอดเวลา ถึงแม้จะมีแดดแต่ก็ไม่ได้รู้สึกร้อนจนน่ารำคาญ วันที่ผมไปนั่งเมฆหนาตรงบริเวณขอบฟ้า ประมาณ 6โมงนิดๆ พระอาทิตย์ก็ลับเข้าเมฆ หลายคนถอดใจเดินกลับกันบ้างแล้ว สักพักประมาณ 5 นาที ดวงอาทิตย์ก็โผล่ออกจากเมฆ เป็นไข่แดงตกลงทะเล ประทับใจมากครับ เป็นวินาทีที่ประทับใจที่สุดในทริปนี้เลยครับ อยากให้เพื่อนๆไปดูพระอาทิตย์ตกที่ทะเลจริงๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นแหลมพรหม อาจจะที่ไหนสักแห่ง ผมคิดว่า น่าจะประทับใจเพื่อนๆไม่มากก็น้อยครับ 
 
 
-
-
 
 
 
 
                เสร็จสิ้นวันแห่งความประทับใจ สำหรับมื้อเย็น ผมแนะนำว่ากลับมาหาทานที่เมืองภูเก็ต ใครกลัวหลงก็เปิด GPRS กลับได้นะครับ (ตอนขับกลับ ผมลองใช้แผนที่นำทางของ Nokia [Ovi] ก็ใช้ได้ดีนะครับ มีปั้มน้ำมันบอกในแผนที่ด้วย)


 

วันที่ 5 กลับสู่บ้าน แล้วฉันจะมาใหม่

 

 

                วันสุดท้าย ของการท่องเที่ยว เนื่องจากเที่ยวบินกลับของผม บินตอน 14.20 ผมจึงมีเวลา ครึ่งวันเช้า เผื่อจะเที่ยวต่อ วันนี้ผมตื่น 5.30 อาบน้ำ แล้วก็ออกมาใส่บาตร (พอดีตอนอยู่เขาหลัก ฝันแปลกๆ แต่ไม่น่ากลัวนะ) จุดมุ่งหมายต่อไปคือ หาดป่าตองอันเลื่องชื่อนั่นเอง...

 

                ตอนเช้าอย่าลืมแวะไปดูรอบรถ Airport Bus ที่ บขส.ที่เราลงมาด้วยนะครับ เพราะแต่ละวัน เวลาจะไม่แน่นอน เวลาเดินทางไปสนามบินก็ประมาณ 1 ชั่วโมง เวลาควรขึ้นรถ เผื่อเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงนะครับ เดียวตกเครื่องจะแย่เอา

                 หาดป่าตองอยู่ห่างจาก เมืองภูเก็ตประมาณ 20 กิโลเมตร (แต่ไปคนล่ะทางกับแหลมพรหมเทพนะ) ตอนเช้าก็แวะหาร้านอาหารทานแถวๆเมืองภูเก็ตก่อนค่อยเดินทางไปหาดป่าตองนะครับ ระยะทาง ประมาณ 5กิโลเมตรสุดท้าย จะลำบากหน่อยนะครับ เพราะเป็นทางขึ้น-ลงเขา พอถึงป่าตองระวังเรื่องช่องจราจรด้วยนะครับ เพราะบริเวณหาดจะเป็นทางวันเวย์ วิ่งทางเดียว ควรสังเกตุสัญลักษณ์ที่พื้นถนนดีๆ จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุครับ

  

                  ป่าตองตอนเช้าๆไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว ใครอยากเล่นน้ำก็แล้วแต่สะดวกเลยนะครับ แต่ต้องกลับไปให้ทันรอบรถที่จะไปสนามบินนะครับ

 

 

                  จบแล้วคร้าบสำหรับทริปนี้เพื่อนๆสามารถเอาไปปรับเพื่อให้เข้ากับทริปของตัวเองด้วยนะครับ แต่อย่าลืม การวางแผนก่อนเดินทางเป็นเรื่องสำคัญ แผนดีมีชัยไปกว่าครึ่งครับ


แถมส่งท้าย Link ที่จำเป็นที่ผมกล่าวถึง

Facebook AirAsia :  http://www.facebook.com/AirAsiaThailand 

Facebook LoveAndaman : http://www.facebook.com/loveandaman

Facebook งานไทยเที่ยวไทย : http://www.facebook.com/283196627295

## ผมเขียนหลายวันต่อกันอาจจะเบลอๆ ข้อมูลตรงไหน แปลกๆ ไม่ครบบอกด้วยนะครับ ฝาก Page Facebook ด้วยน้า คลิ๊ก link ด่านล่างสุดเลยคร้าบ ##
___________________________________
สำหรับทริป พังงา ทริปนี้จ่ายเยอะหน่อย ยังไงสนใจทริปอื่นๆ คลิ๊ก link ด้านล่างได้เลยนะครับ

 
ฝาก Blog อื่นด้วยนะครับ
สำหรับใครที่สงสัย เกี่ยวกับ Blog มีคำถามเชิญได้นะครับที่ fan page
(Fan Page ผมเช็คทุกวันนะครับ แต่ไำม่ได้อัพเดททุกวันเพราะบางวันไม่มีอะไรจะอัพจริงๆ แต่สงสัยถามได้เลยนะครับ)

 

เกาะช้าง วันฝนตก 
 

    กลับมาแล้วคร้าบ หลังจาก ทำบล๊อคร้างไป เกือบ 6 เดือน (อีกแล้ว)  
บังเอิญว่าการไปเที่ยวครั้งนี้ไม่ค่อยได้สัมผัสทะเลเท่าไร ผมเลยไม่รู้จะเขียนอะไร
ประกอบกับว่าเป็นการเปิดเทอมใหม่ กิจกรรมเยอะเยะมากมาย 
เนื่องจากการไปเกาะช้างครั้งแรกของผม "ติดมรสุม" ซ่ะงั้น ทำให้ไม่มีโอกาสเล่นน้ำทะเลเลย แต่ดีหน่อยที่ศึกษาข้อมูลมานิดหน่อย ทำให้รู้ว่าเกาะช้างนอกจากทะเลแล้วก็มี"อย่างอื่น"ที่น่าสนใจเช่นกัน

       สำหรับเพื่อนๆที่เข้ามาเพื่อหาข้อมูลไปเที่ยวเกาะช้าง อาจจะไม่มีทริปดำน้ำ+เล่นน้ำ ใน Blog นี้นะครับแต่!! อย่าพึ่งไปไหน อ่านไว้เป็นข้อมูลไว้ก่อนก็ได้นะครับ จะลงรายละเอียดไว้ให้ท่านที่กำลังเตรียมข้อมูลไปเที่ยวให้มากที่สุดนะครับ
สำหรับวันนี้ TourTeen ของเสนอ..
"เที่ยวเกาะช้าง วันฝนตก"

การเตรียมตัว!

เช่นเคย สำหรับ TourTeen แล้ว ไม่ได้ไปมั่วๆ ต้องวางแผนกันสักหน่อย ก่อนอื่นขอบอกว่าในทิปนี้ส่วนตัวผมเอง แนะนำ อายุ 17+ นะครับน้องๆ มัธยม พอไปกันได้เพราะที่ เกาะช้างบรรยากาศ-สังคม เป็นกันเอง ไม่วุ่นวายเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆที่ 
อ๋อ แต่ขอเตือนก่อน ทริปนี้เหมาะสำหรับ คนที่ขับรถ มอเตอร์ไซ คล่องหน่อยนะครับ เพราะ ถนน จากท่าเรือไปหาด จะต้องขับรถผ่านภูเขา ลาดชันมาก ถ้าขับไม่แข็งก็ขับปะคองช้าๆ ก็พอได้อยู่นะครับ แต่แนะนำใครขับไม่เป็นลำบากแย่เลยครับ

เช่นเคย ตามแบบฉบับของ TourTeen เราต้องวางงบประมาณกันก่อน เพื่อความรอบคอบคร้าบ

ตัวอย่างบัญชีคร่าวๆ สำหรับทริปนี้คร้าบ
1.ค่ารถ ไป-กลับ กรุงเทพ (สมมุติว่า ขอนแก่น) 420x2=840 บาท
2.ค่ารถตู้ หรือ รถทัวร์ ไป-กลับ เกาะช้าง 300x2=600 บาท
3.ค่าที่พัก (แนะนำ 1000-2000 บาทนะคร้าบ จะได้เต็มที่) 1500 บาท/คน
4.ค่าเช่ารถมอไซ 200 บาท 2วัน = 200 บาท/คน
5.ค่าทริปประจำวัน (Ex.ดำน้ำ,ตกหมึก ในกรณีที่ไม่มีคลื่น) 800 บาท
6.ค่าอาหาร 9 มื้อ ประมาณ 1000 บาท

รวมงบประมาณคร่าวๆ 840+600+1500+200+800+1000=4940 บาท

*ถ้าไปคนเดียวจะแพงกว่านี้นะครับ
**ถ้าเลือกที่พักถูกหน่อย อาจเหลือประมาณ 4200 บาท
***ถ้าทานอาหารมื้อหนัก ราคาจะสูงกว่านี้ ประมาณ 500-1000 บาทครับ

การเลือกวันเที่ยว

ปกติแล้ว เกาะช้างก็จะเหมือนเกาะอื่นๆในโซนภาคใต้ ต ไปได้เกือบตลอดปี (ยกเว้นช่วงฝนตก-พายุเข้า) แนะนำ ให้ไปเที่ยวช่วง HighSeason ตุลาคม-กุมภาพันธ์ เพราะปลอด มรสุม แต่ถ้าจะไปหลัง กุมภา (LowSeason) ต้องระวังเรื่องพายุสักหน่อย ถ้าสมมุติ วันที่เราไป พายุเข้า เราก็ทำได้แค่นอนที่โรงแรมเท่านั้น T^T แต่ถ้าพายุไม่เข้า ช่วง มีนา-มิถุนา สำรอง อากาศดีแน่นอน
(สำหรับ admin เลือกไปช่วง LowSeason แค่ 3 สัปดาห์ โชคร้ายเจอมรสุม เลยอดลงทะเล ได้แต่ภาพน้ำตกมาฝากเพื่อนๆเท่านั้น)
 

การจองที่พัก 
 

ถ้าเป็นช่วง HighSeaSon แล้ว ควรจองก่อนสัก 1-2 เดือนล่วงหน้านะครับ เพราะเกาะช้างก็เป็นสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวคึกคักมากๆ สำหรับช่วง High ถ้าเป็น LowSeaSon ผมแนะนำ Walk In (คือการเดินหาโรงแรมบนเกาะเองเลย) ข้อดีก็คือ เราจะได้สถานที่ ทำเลเหมาะสมที่เราต้องการมากที่สุด
แอบกระซิบบอกสำหรับใครที่ไปเกาะช่วง มรสุม สามารถต่อราคาที่พัก ลงได้ครึ่งหนึ่งของราคาที่เขาบอกเลยนะครับ ผมทำมาแล้ว [ด้านได้อายอด] สถานที่ที่ผมไปคือ ปลาโลมาคลิฟบีทรีสอร์ท (เว็บจะทิ้งให้ท้าย Blog นะครับ) ปกติในเว็บ ห้องราคา 1800 บาท ผมต่อเหลือ 1000 บาท เขาก็ยอมง่ายๆเลย เสียดายน่าจะต่ออีกสักหน่อย เพราะวันแบบนี้ที่เกาะช้างจะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเท่าไร 

เกล็ดน่ารู้อื่นๆ

สำหรับเกาะช้าง ผมถือว่าผมยังไปไม่ถึง เพราะยังไม่ได้ลงดำน้ำ (ติดฝน) แต่ได้ยินคำลำลือมาว่าปะการังที่นี้สวยมาก (จากปากคนไทยที่ไปเที่ยวกระบี่ด้วยกัน) ผมเลยต้องตามมาดู ใครที่เป็นมือใหม่ไม่เคยเที่ยว ผมแนะนำเลยนะครับ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง ผมสืบมาแล้ว ราคาทริปในเกาะช้าง ประมาณ 500 ต่อวันเท่านั้น (รวมอาหารเที่ยงด้วยนะ) พลาดไม่ได้เลย
อีกอย่างที่น่าเที่ยวของเกาะช้างก็คือ น้ำตกนะครับ เพราะสภาพภูมิประเทศเกาะช้างเป็นภูเขา มีป่าทืบ เป็นแหล่งต้นน้ำอย่างดี มีน้ำตกขึ้นชื่อดัง 2 แห่งเลยทีเดียว วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวน้ำตกกันครับ
 

การเดินทาง
 

การเดินทางง่ายมากๆเลยครับ ผมแนะนำเพื่อนๆที่มาจาก ตจว.ให้นั่งรถเข้ากรุงเทพ แล้ว หารถต่อไปที่ อนุเสาวรีชัย นะครับ ถ้ากลัวไปไม่ถูกจริงๆ บอก Taxi จอด "วินรถตู้ แถว แซนจูรี่" (ที่ต้องบอกแบบนี้เพราะว่า บางคนไม่เคยเข้ากรุงเทพเลย กลัวไปไม่ถูกกัน)     หรือ ถ้าใครเลือกแบบผม คือนั่งรถทัวร์รอบสุดท้าย 23.30 น. จากเอกมัย จะถึง เกาะช้างเช้าพอดีครับรายละเอียดผมจะเขียนให้ใน Review การเดินทางนะครับ
 

เกาะช้าง 3 วัน 2 คืน (วันฝนตก)
 
วันแรก มุ่งสู่เกาะ ลัดเลาะไปเรื่อยๆ
 
อะแฮ่ม เริ่มกันเลย สำหรับเกาะช้าง เมื่อทุกอย่างพร้อม ชุดพร้อม ที่สำคัญ เงินพร้อมเราก็ลุยกันเลยครับ สำหรับผมเป็นครั้งแรกที่มีเพื่อนมาร่วมทริปด้วย (ปกติเดินทาง 2 คน) มีสีสันขึ้นไปอีก เรานัดกันที่กรุงเทพ ตอนเช้า ผมนั่งรถจากขอนแก่น เข้ากรุงเทพก่อนวันเดินทาง 1 วัน จะได้มีเวลาพักผ่อน
-
-
ผมอาสาไปจองตั๋วให้เพื่อนก่อน แผนการณ์จะไม่คลาดเคลื่อน ไปจองตั๋วรถทัวร์ ที่ สถานีขนส่งเอกมัย ประมาณบ่ายกว่าๆ นั่งรถเมย์ไป สำหรับเพื่อนๆที่ไม่เคย ให้ลงป้ายท้องฟ้าจำลอง จะอยู่ฝั่งเดียวกับท้องฟ้าจำลองเลยครับ หรือถ้าอยู่อีกฝั่ง ก็คือป้ายวัดธาตุทอง (ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงไม่ใช่คนกรุงเทพเหมือนกัน แต่พอนั่งรถเมย์เป็น) พอได้ตั๋วแล้วก็นัดกัน 4ทุ่ม ออกจากที่พัก นั่ง Taxi มาอย่างรวดเร็ว ก็ถึง สถานีขนส่งเอกมัยทันที 22.30 ที่สถานีขนส่งเอกมัยเงียบมาก มีแต่คนที่จะไปเกาะช้างรอบ 23.30 เท่านั้นที่รอรถอยู่ พอขึ้นรถก็บอกเขาว่า เราจะไปเกาะช้าง รถทัวร์ก็จะไปส่งที่มีรถต่อไปท่าเรือให้เลยครับ
ตอนแรกผมได้ข้อมูลมาว่า เขาจะจอดรถที่ตลาด หรือที่ไหนสักแห่ง แต่กลับกลายเป็นว่า รถบริษัทเชิดชัยทัวร์ได้ เปลี่ยนเป้าหมายคือเขาจะไปจอดที่ บขส.ของ จังหวัดตราดเลย แล้ว รถสองแถวของบริษัทหนึ่งก็จะไปรอที่นั้น เราก็ต้องไปกับเขาโดยปริยายครับ (มันแย่จังเลยเนาะ เราเลยไม่ได้เลือกบริการเลย) 
-
-
-
-
 
5.00 น. ถึงสถานีขนส่ง จ.ตราด เขาก็จะให้เราขึ้นรถ 2 แถวไปกับเขาเลย (มันมีเจ้าเดียว) เขาจะพาเรามุ่งหน้าไปท่าเรือกรมหลวงฯก่อน ถึงตรงนั้นก็จะมี นายหน้า มาขายโรงแรม หรือ ทริปดำน้ำให้เรา (เหมือนเกาะเสม็ด) แต่ผมแนะนำว่า ให้ไป WalkIn ดีกว่า เพราะถ้าไม่ HighSeason ยังไงก็ไม่เต็มคร้าบ 5.40 เขาก็จะพาเราออกจากท่าเรือกรมหลวงฯ มุ่งตรงตรงไปที่ท่าเรือ centrepoint ferry (center ไม่ได้พิมผิดนะคร้าบ มันเขียนแบบนี้แหละ) ถ่ายรูปบรรยากาศทะเล แล้วขึ้นเรือกันเลยครับ เมื่อขึ้นเรือ (ลำใหญ่มาก) แล้วก็นั่งเรืออย่างใจเย็น (เพราะมันช้าจริงๆ) 40 นาที เราก็จะถึงเกาะช้างนะครับ สถานที่ ที่เราไปถึงก็คือ ท่าเรือ CentrePoint Ferry 
-
-
(ระหว่างล่องเรือ แอบเซ็งเลย คลื่นแรง ฝนตก)
-
เดินมาอีกสักหน่อยจะเห็นร้านให้เช่ามอไซอยู่ เลือกคันที่ถูกใจ ต่อรองราคากันเรียบร้อย(ปกติ 200 บาท/วัน) ก็เช็ครอยถลอกของรถด้วยนะครับ จำรอยเก่าไว้ อย่าทำรอยใหม่เพิ่มนะครับ เดียวได้เสียเงินค่าทำสีนะ ก่อนเดินทางก็เช็คน้ำมันก่อน ขอแผนที่ คุณเจ้าของร้านไว้ด้วยนะคร้าบ จะได้รู้ว่าจะไปตรงไหนยังไง แล้วก็ One The Ways เลยยยยย
-
-
ขับมาสักหน่อยก็จะเจอเขาเล็กๆ ให้ทดสอบฝีมือกัน ลงเขามาจะเจอชุมชนล่ะ มี 7-11 แวะจอดซื้ออะไรทานรองท้องก่อนได้นะครับ ถ้าน้ำมันยังไม่เต็มถังก็แวะเติมน้ำมันอยู่ในหมู่บ้านนี้ก่อน แล้วขับตรงไปเรื่อยๆ(มีทางเดียวแหละ) จะเป็นเขาลูกใหญ่ ใช้ความระมัดระวังด้วยนะครับ เพราะทางลาดชันมากๆ ขับช้าๆยังไงก็ปลอดภัยกว่าครับ ผ่านเขาลูกนั้นไปแล้วเราก็จะ เจอหาดแรก คือ หาดทรายขาว เป็นหาดที่พวกเราเลือกจะพักที่นี่ครับ พอลงเขาไปก็จะเจอโรงแรมริมหาดเพียบเลย ใครถูกใจที่ไหนก็ลองเข้าไปถามราคาก่อนดูไปเรื่อยๆจนกว่าจะพอใจนะครับ
-
-
(ไม่ได้ค่าโฆษณาครับ ถ้าเจ้าของโรมแรมมาเห็นรอบหน้าให้ผมพักฟรีก็พอครับ ^_^)
-
พวกผมเลือกที่ ปลาโลมาฯ เลือกที่พักติดทะเลเลย ราคาหน้าเว็บ 1800 บาท ราคาตอนไปถาม 1500 บาท รวม อาหารเช้า เราไม่เอาอาหารเช้า เหลือ 1200 บาท เราบอกจะอยู่ 2 คืน ลดให้อีกหน่อย เขาก็ลดให้เหลือ 1000 บาทต่อ/คืน วิวสวยมาก ถ้ามรสุมไม่เข้าจะเป็นที่ วิเศษมากๆ เพราะเห็นพระอาทิตย์ตกด้วยครับ
เราได้ที่พักประมาณ 9 โมง เขาก็ให้เข้าพักเลย เนื่องจากเดินทางมาเหนื่อยก็เลยพักผ่อนกันสักหน่อย บ่ายๆ เราก็ออกมาขับรถมอไซ ทัวร์เกาะ เริ่มจาก หาร้านอาหารทะเล เด็ดๆ เราขับรถไปทางหาดไก่เบ้ ขับไปนานมาก ก็เจอ ร้านๆหนึ่งน่าสนใจเลยแวะเข้าไปชิม 
เรานั่งอยู่ร้านนี้นานไปหน่อย คุยกันเล่นเยอะเยะเลย ออกจากร้านมาก็ 4โมงกว่าๆแล้ว เราขับรถไปเลื่อนๆ ผ่านโรงแรม รีสอร์ท ที่พัก เยอะเยะเลย จนมาหยุดอยู่ที่ จุดชมวิวใกล้ๆหาดไก่เบ้ ขึ้นไปถ่ายรูปก็ถึงบางอ้อ มุมนี้แหละที่เขาชอบถ่ายไปลงเว็บต่างๆ (หลายคนคงเคยเห็น รูปที่สวยกว่านี้) และก็ใกล้มืดแล้วทางกลับไม่มีไฟถนนด้วย พวกผมเลยตัดสินใจกลับ ไม่ได้ไปต่อ
-
-
กลับมาที่พัก ตอนแรกก็ซื้ออะไรมาว่าจะนั่งทานริมหาดสักหน่อย กลับเจอลม แรงมากๆ นั่งกันไม่ได้เลย เลยต้องรีบเข้านอน เตรียมตัวลุยวันต่อไป ^^
 


วันที่ 2 ลุยน้ำตก ณ เกาะช้าง
 

ตื่นสายๆ กับวันที่ 2 มองไปที่ทะเล คลื่นยังแรงเหมือนเดิม เลยตัดใจ อดไปดำน้ำแน่ กางแผนที่ออกมาดู เห็นน้ำตกอยู่ 2 ที่ เลยวางแผนกัน จะไปน้ำตก (พวกเราเลือกไปน้ำตกที่ใกล้ก่อน ซึ้งมารู้ตัวอีกทีว่าคิดผิด เลยจะแนะนำให้ไปที่ไกลก่อนค่อยกลับมาที่ใกล้ๆ) 9-10 โมงเช้า เราก็เริ่มออกเดินทางกันเลย มุ่งไปที่แรกก่อน น้ำตกธารมะยม ระยะทางห่างจากหาดทรายขาวประมาณ 20 กิโลเมตร (กลับไปทางเดิมจากท่าเรือ) ขับไปเรื่อยๆผ่านท่าเรือ เราจะพบหมู่บ้านชื่อเดียวกับน้ำตกเลย หมู่บ้านธารมะยม บริเวณกลางหมู่บ้านจะมีทางเลี้ยงไปน้ำตก (ขับช้าๆมีป้ายบอกทางคร้าบ) เข้าไปจะมีป้อมของ จนท.อุทยาน เราก็จอด จ่ายค่าธรรมเนียมก่อน คนล่ะ 40 บาท ใช้ได้ทั้งเกาะตลอดวันคร้าบ (มี 2ที่นั้นแหละ) ขับรถเข้าไปจะเจอร้านค้าเล็กๆ เขาจะเก็บค่าที่จอดรถเรา(เพราะมันเป็นที่ส่วนบุคคลอะนะ) 
-
(ภาพบนเป็นบรรยากาศมุมสูงของหาดทรายขาว)
-
-
(ทางเดินไปน้ำตก อาจจะต้องเล็กน้อยประมาณ 200 เมตร)
-
น้ำตกจะอยู่ห่างจากที่จอดรถนิดเดียว ประมาณ 200 เมตร บรรยากาศจะเป็นป่าดิบชื้น(ไม่รู้เรียกป่าถูกไหมนะ) เขียวขจีตลอดทางครับ เนื่องจากตอนที่ผมไปมีฝนตกปรอยๆ ทำให้หินทางเดินลื่นมากๆ ทำเอาทางแค่ 100 เมตร วิบากไปทันตา พอถึงน้ำตก ก็แวะเก็บภาพ ถ่ายรูปกัน (พวกเราถ่ายแปบเดียวเพราะฝนตกเลยรีบกลับ) 
เสร็จแล้วก็มุ่งหน้ากลับทางเดิม หาร้านอาหารทานกันสักหน่อย แนะนำ ให้ไปหาแถวๆหาดทรายขาวนะครับ (ใกล้ๆที่พักนั้นแหละ)
-
-
เมื่อท้องอิ่มแล้วก็ลุยต่อกันเลย เป้าหมายต่อไปก็คือ "น้ำตกคลองพลู" เป็นน้ำตกอยู่ใจกลางเกาะเลย อยู่ระหว่างทางไปหาดไก้เบ้ ขับมาจาก หาดทรายขาวสัก 7 km ก็จะเจอ ทางเข้า อยู่ทางซ้ายมือครับตรงทางเข้าน้ำตก จะมีปางช้างอยู่ทางเข้า เราก็ได้แค่ขับรถผ่าน คงเอาไว้ให้ฝรั่งนั่งชมธรรมชาติ ขับเข้าไปสักหน่อยก็จะเจอ น้ำลาดจอดรถร่มรื่นเลยล่ะครับ
-
-
ข้างๆลานจอดรถ มีลำธารที่เกิดจากน้ำตก ไหลลงมาดูทางท่าอุดมสมบูรณ์มากเลยล่ะครับ
เมื่อจอดรถ เตรียมพร้อมแล้ว เราก็ลุยเลย มีจะมีทางเดินเข้าไปให้ชมธรรมชาติ โดยใช้ ภาษาไทยว่า "เส้นทางสื่อความหมาย" และใช้ ภาษาอังกฤษว่า "Nature Trail" คือเส้นทางศึกษาธรรมชาติ โดยแต่ล่ะช่วงนะมีแผ่นหินเขียนข้อความเกี่ยวกับธรรมชาติ รู้สึกว่าจะมี 9 จุด ตัวผมไปไม่ครบครับ ไปแค่ 4 จุดก็จะเจอ น้ำตกแล้ว (แล้วก็กลับ)
-
-
เมื่อเดินไปได้สักระยะ บรรยากาศร่มรืนเชียวล่ะ แต่พื้นวันนั้นแฉะนิดๆ เพราะฝนตกตลอดวันเลย (บรรยากาศดีสุดๆ) เดินไปอึดใจเดียว เราก็จะเจอน้ำตกคลองพลู เสียงน้ำกระทบหิน ฟังดูแล้ว ฟินนนน สุดๆ (ขออนุญาตใช้ศัพท์วัยรุ่น 5555)
 
-
-
ชมน้ำตกกันจนหน่ำใจ ใครอยากเล่นน้ำ แนะนำ โดดได้เลยนะครับ เพราะโปรแกรมต่อไปไม่ค่อยมีแล้ว หรือถ้าแก๊งไหนเวลาเหลือ ผมพอจะแนะนำกิจกรรมได้ 2 อย่างให้เลือก ระหว่างรับรถไปเรื่อยๆไปเที่ยวชมหาดไก่เบ้ หรือ มาเล่นน้ำแถวๆ หาดทรายขาว (ทางลงหาดสาธารณะจะเล็กๆ อาจจะต้องมองหาหน่อยนะครับ) 
วันสุดท้ายแล้ว มื้อเย็นก็มาดู Money ถ้าเงินเหลือก็อาหารทะเลอีกสักมื้อนะครับ ถ้าตังไม่เหลือไม่ต้องซีเรียสครับ บริเวณหาดทรายขาว ขับรถย้อนกลับไปตรงชุมชุน มีตลาดที่เขาจะขายของกิน อาจจะราคาแพงสักหน่อยแต่ถูกกว่าร้านอาหารแน่ๆครับ
-
 
-
มีแรงเหลือก็นั่งชิวๆ ริมทะเล นอนพักผ่อนเตรียมของกลับวันต่อมาครับ
 

วันที่ 3 ลาแล้วเกาะช้าง
 

วันนี้เป็นวันที่ไม่อยากให้มาถึง คือวันที่ต้องเดินทางกลับ ตื่นเช้ามา ทานอาหาร โรงแรม หรือใครไม่เอาอาหารเช้าก็ไปหาอะไรทานที่ 7-11 ได้นะครับ ค่อยๆเก็บของอย่าลืมอะไรล่ะครับ ควรเช็ค Out ก่อน 9.00 น. เพราะเราต้องเผื่อเวลาไปท่าเรือด้วย พวกผมเลือกเรือเที่ยว 10.00 น. ถึงฝั่งก็ประมาณ 11.00น. 

ขากลับพวกผมเลือก รถตู้กลับ ลงที่ อนุเสาวรีย์ชัยฯ โดยวิธีการควรทำดังนี้ครับ
1.เมื่อรถเรือมาแล้ว จะมี 2แถวมา ชาร์จเราที่ท่าเรือเลย เราก็ให้ขึ้นไปกับเขา จ่ายเงินเท่าเดิม 60 บาท
2.บอกเขาว่าเราจะกลับรถตู้ที่ไปเสาวรี เขาก็จะ โน้มน้าวใจเราให้กลับกับรถทัวร์โดยเขาจะไปจอดจุดนั้นก่อน เผื่อบังคับให้เราลง(มันใกล้เขาจะได้ไม่ต้องไปส่งไกล)
3.เมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้ให้เราบอกเขาว่า เราจองตั๋วรถตู้ไว้อยู่ วินรถตู้ที่ปั้มน้ำมัน (ถ้าเราไม่บอกอย่างนี้ เขาก็จะคะยั้นคะยอให้เราขึ้นรถทัวร์ให้ได้)
4.พอมาถึงวินรถตู้ เขาจะเข้ามาส่งถึงที่เลยนะ แล้วรถ 2แถวก็รอรับค่านายหน้า(ซ่ะงั้น ทั้งๆที่เชียร์เราขึ้นรถทัวร์เนี่ยนะ) เราก็ซื้อตั๋วรอกลับ เสาวรีย์ได้เลยครับ รถออกทุกชั่วโมง รอสักแปบก็ได้ไปแล้วครับ
 
ฝากแถมท้าย
ระวังเรื่องอาหารทะเล ด้วยนะครับ เพราะ Admin พอกลับถึงกรุงเทพ ก็ได้นอนโรงบาล เนื่องจากอาหารเป็นพิษ แต่คาดว่าไม่ได้เกิดจากอาหารทะเล แต่น่าจะเป็นลูกชิ้นที่ซื้อบริเวณปั้มแก๊สที่รถจอดเติมน้ำมัน หมดค่ารักษาพยาบาลไป 2000 บาท จนแล้วจนอีก 555 แต่ไม่เข็ดจะเที่ยวเหมือนเดิม
 
จบแล้วครับ Review ทริปเกาะช้าง ถ้าไปเกาะแล้วเจอฝนแบบผมเอาข้อมูลนี้ไปปรับใช้ได้นะครับHave a Nice Trip เที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกฤดูครับ
 
ฝาก Blog อื่นด้วยนะครับ
สำหรับใครที่สงสัย เกี่ยวกับ Blog มีคำถามเชิญได้นะครับที่ fan page
(Fan Page ผมเช็คทุกวันนะครับ แต่ไำม่ได้อัพเดททุกวันเพราะบางวันไม่มีอะไรจะอัพจริงๆ แต่สงสัยถามได้เลยนะครับ)